หน้าแรก เศรษฐกิจ ถอดรหัส ลมหาย...

ถอดรหัส ลมหายใจ ร้านอาหารบรรทัดทอง ต้องขายวันละเท่าไหร่ ถึงจะได้ไปต่อ

21.08.25 | 19:10 น.

ถอดรหัส ลมหายใจ ร้านอาหารบรรทัดทอง ต้องขายวันละเท่าไหร่ ถึงจะได้ไปต่อ

ร้านอาหารย่าน “บรรทัดทอง” กลับมาฟื้นตัวหรือยัง? หลังเผชิญฟองสบู่ไปก่อนหน้านี้ จากเอฟเฟ็กต์นักท่องเที่ยวชาวจีนที่หาย กลายเป็นโดมิโนต่อร้านอาหารย่านบรรทัดทอง ทำให้ร้านดังหลายแห่งต้องถอย

แม้ปัจจุบันจะมีร้านใหม่ๆเข้าไปปักหมุดหลายร้าน ทั้งร้านดาราดัง ล่าสุด “สุกี้ช้างเผือก” ร้านดังจากเชียงใหม่ ก็ได้ตัดสินใจมาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศย่านบรรทัดทองคึกคักขึ้น แต่ว่ากันว่าคงยากที่กลับไปเหมือนเก่า แม้ว่าจะมีการให้รัฐเข้ามาช่วยผลักดันอีกแรงก็ตาม เพราะเวลานี้มีแหล่งเที่ยวอื่นที่กำลังบูม

แฟ้มภาพ

ไม่ว่า “ย่านทรงวาด” ที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วน “เยาวราช” นั้น เนื่องจากมีจุดขายเรื่องสตรีทฟู้ดมายาวนาน จึงยังทำให้เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบและยังคงเป็นแลนด์มาร์กตลอดกาล

แหล่งข่าวจากร้านอาหารรายหนึ่ง กล่าวว่า ย่านบรรทัดทองถูกสร้างขึ้นโดยการปรุงแต่งตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว จากการปั้นร้านใหม่ๆเข้าไป แล้วมีการให้อินฟูลเอนเซอร์ ไปสร้างกระแส ทำให้คนเข้าเที่ยว เมื่อมีคนเข้ามามาก ร้านก็มาเปิดเพิ่ม แต่ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่จะมาครั้งเดียว ถ้าไม่ใช่ร้านที่มีมานานและอร่อย เนื่องจากราคาอาหารค่อนข้างแพง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าเช่าที่สูง เนื่องจากเป็นการให้ช่วงผ่านคนกลางที่เช่าจากสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯแล้วมาจัดสรรพื้นที่ให้เช่าอีกทอด จึงทำให้มีราคาสูง ดังนั้นเมื่อเปิดไปได้สักพัก ลุกค้าน้อยลง รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ก็ต้องปิดกิจการไป

Advertisement

“เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้เข้าเปิดร้านขนาด 1 คูหา จ่ายค่าเดือนละ 130,000 บาท แต่ถือว่าที่ย้ายจากที่เดิมพอสมควร แต่ไม่ได้มีแค่ค่าเช่าเดือนละ 130,000 บาท จะมีคิดค่าเช่าล่วงหน้า 1 ปี จะต้องใช้เงินอีก 700,000 บาท ถ้าจะเซ้งต้องจ่าย 4 ล้านบาท เลยทำสัญญาไปแค่ 6 เดือน เพราะจ่ายไม่ไหว ถ้าจ่ายเป็นก้อน ที่เข้าไปเปิดเพราะมองว่าช่วงนั้น ซึ่งเป็นช่วงปลายปี เป็นช่วงคาบเกี่ยวว่าจะดี แต่ปรากฎว่าหลังปีใหม่นักท่องเที่ยวหาย ยอดขายหายไปหมด พอครบกำหนดสัญญาเลยตัดสินใจปิดกิจการ เพิ่งปิดมาได้ 2 เดือนแล้ว ด้วยโครงสร้างค่าเช่ามันอยู่ไม่ได้ ตอนนี้ไม่รู้ว่ามีปรับค่าเช่าลงบ้างหรือยังหลังมีร้านปิดไป เพื่อให้ร้านใหม่เข้ามา แต่จะให้กลับมาคึกคักอย่างเดิมคงจะยาก แต่โดยเรื่องราวยังไปได้ แต่ร้านที่จะอยู่ได้จริงๆ คือร้านดั้งเดิม เช่น ร้านเจ้โอว หนึ่งนมวัว เป็นต้น ”แหล่งข่าวกล่าว

แฟ้มภาพ

แหล่งข่าวอีกรายวิเคราะห์ว่า บรรทัดทองมีร้านอาหารประมาณ 378 ร้านที่เข้าไปเปิดและมีประมาณ 100 ร้านที่ปิดไปแล้ว นอกจากปัญหานักท่องเที่ยวลดลงแล้ว เป็นเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูง ที่จอดรถหายาก เลยอาจจะทำให้ลูกค้าที่ไปใช้บริการไม่ค่อยประทับใจ อย่างไรก็ตามร้านที่จะอยู่ได้คือร้านดั้งเดิมที่เปิดมานานและมีลูกค้าประจำและกลับมาซื้อซ้ำ แต่ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะนี้อาจจะทำให้ธุรกิจร้านอาหารอยู่ได้ยาก ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ดี คนประหยัดการใช้จ่าย ถ้าขายแพงจะค่อนข้างลำบาก

“ร้านอาหารย่านบรรทัดทอง ถ้าจะให้อยู่ได้ ต้องขายให้ได้วันละ 10,000 บาท ใน 1 ร้านต้องมีคนมาซื้อ 100 คน และรอบข้างมีคู่แข่งเป็น 100 ร้าน ต้องแข่งกันหนักเพื่อดึงลูกค้า ยิ่งตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นกำลังซื้อในประเทศ เพราะนักท่องเที่ยวลดลง ใครที่ไม่ไหว สายป่านไม่ยาวก็ต้องถอย เพราะค่าเช่าไม่ใช่ถูกๆ เดือนละเป็น 100,000 บาท ดังนั้นผู้ประกอบการย่านบรรทัดทองต้องหาจุดขายใหม่ๆเพื่อดึงดูลนักท่องเที่ยว”แหล่งข่าวกล่าว

แฟ้มภาพ