หน้าแรก เศรษฐกิจ สุริยะ ยันทุก...

สุริยะ ยันทุกโครงการก่อสร้าง ถนนพระราม 2 เสร็จในสิ้นปี’68 จ่อดันเส้นทางใหม่ เชื่อมนครปฐมถึงชะอำ

22.08.25 | 13:08 น.

คมนาคม เร่งเดินหน้าโครงการพระราม 2 เสร็จสิ้นปี’68

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในส่วนของโครงการของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้น คือโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ซึ่งก็มีการรับสั่งหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกสัญญาในโครงการให้เร่งดำเนินการให้เสร็จตามแผน และตนติดตามการดำเนินงานต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังยืนยันว่าทุกโครงการก่อสร้างถนนพระราม 2 จะต้องเสร็จภายในสิ้นปี 2568 ตามแผนที่วางไว้

นายสุริยะกล่าวว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ปัจจุบันทางกระทรวงมีการเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดใน 2 สัญญาหลักของโครงการ ทางพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว คือสัญญา 4 และสัญญา 7 ซึ่งการก่อสร้างยังคงอยู่ในขั้นตอนการบริหารจัดการของทีมก่อสร้าง ทั้งนี้ กระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดในทุกสัปดาห์เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

นายสุริยะกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญที่กำลังเร่งผลักดันศึกษาเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ โดยเฉพาะโครงการมอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่ที่ถือเป็นโครงข่ายหลักในการรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้า

นายสุริยะระบุว่า นโยบายกระทรวงคมนาคมชัดเจนว่าหลังจากโครงการมอเตอร์เวย์สายหลักที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯกับภาคตะวันตก (พระราม 2) แล้วเสร็จ จะเร่งผลักดันเส้นทางใหม่เชื่อมจากนครปฐมไปถึงชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นเส้นทางรองรับการเดินทางจากกรุงเทพฯสู่หัวหินและภาคใต้ โดยไม่ต้องกระจุกบนทางหลวงพระราม 2 เพียงเส้นเดียว

Advertisement

“โครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงนครปฐม-ปากท่อ สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไขแนวเส้นทางมากนัก และช่วงปากท่อ-ชะอำ ซึ่งเคยมีอุปสรรคด้านแนวเส้นทางในพื้นที่ จ.เพชรบุรี แต่ขณะนี้ได้มีการปรับแนวใหม่เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการต่อขยายทางหลวงพระราม 2 ไปถึงวังมะนาว เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มสูงขึ้น โดยย้ำว่าโครงการสะพานคู่ขนานบนพระราม 2 ที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น เป็นเพียงโครงสร้างเสริมสำหรับการจราจรท้องถิ่น (local traffic) แต่ไม่เกี่ยวกับโครงการมอเตอร์เวย์สายหลักที่จะต้องรองรับการเดินรถระหว่างภูมิภาค” นายสุริยะกล่าว

นายสุริยะกล่าวว่า ด้านการพัฒนาโครงข่าย รถไฟทางคู่ระยะที่ 2 หลังจากที่ได้หารือกับผู้แทนจากสำนักสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้ว เบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากบอร์ดของ สศช.เร็วๆ นี้ และเตรียมการเสนอเข้า ครม.ทั้งหมด 6 เส้นทางต่อไป แต่จะให้ความสำคัญกับ 3 เส้นทางหลักที่ถือเป็นคอขวด ได้แก่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย และสายใต้ที่จะต่อขยายจากชุมพร-สุราษฎร์ธานี และ สุราษฎร์ธานี-สงขลา