ยูโอบีมองไทย-ตลาดอาเซียนยังเติบโต ริชาร์ด มาโลนี่ย์ ร่วมโชว์วิสัยทัศน์ผ่านเวที SRBF
ธนาคารยูโอบีมองประเทศไทย และตลาดอาเซียนยังเติบโตได้ท่ามกลางความผันผวน โดย ริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ผ่านเวที Singapore Regional Business Forum 2025
สภาธุรกิจสิงคโปร์ (Singapore Business Federation) ได้จัดงาน Singapore Regional Business Forum 2025 (SRBF) ครั้งที่ 9 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสิงคโปร์และไทย ภายในงานได้รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำทางธุรกิจ นักลงทุน และสมาคมอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตและการบูรณาการของเอเชีย ภายใต้หัวข้อ “Business Resilience in Asia: Thriving AmidGlobal Uncertainty and Trade Shifts” การประชุมในครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะส่งเสริมการขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
ช่วงสำคัญของงาน ได้แก่ ปาฐกถาพิเศษโดย ดร.ซี เล้ง ตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีรับผิดชอบกระทรวงพลังงาน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ประเทศสิงคโปร์ และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยผู้นำทั้งสองท่านได้เน้นย้ำถึงนโยบายที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ นวัตกรรมข้ามพรมแดน และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวว่า เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของงานประชุมคือ การลงนามในความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างสิงคโปร์-ไทย ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศข้ามพรมแดน และยังเป็นข้อตกลงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิตฉบับแรกที่สิงคโปร์ได้ลงนามกับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยข้อตกลงที่ลงนามโดย ดร.ซี เล้ง ตัน และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การขับเคลื่อนกลไกตลาดคาร์บอนเครดิตในภูมิภาค
ช่วงบ่ายยังมีเซสชั่นการสนทนาย่อย ซึ่งธนาคารยูโอบีในฐานะพันธมิตรระดับสากลได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และความคิดเห็นในเรื่องทิศทางการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจในอนาคต ริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมในการสัมภาษณ์พิเศษหลังจบกิจกรรมว่า มีความมั่นใจว่าตลาดอาเซียนยังคงเติบโตได้ดีในระยะยาวและธนาคารยูโอบีเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้ทุกคนและเศรษฐกิจองค์รวมของประเทศไทยเติบโตไปด้วยกัน
“แม้ว่าจะมีประเด็นและความท้าทายในระดับเศรษฐกิจมหภาค แต่ธนาคารยูโอบียึดมั่นในวิสัยทัศน์ระยะยาว ในฐานะธนาคารระดับภูมิภาคที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ เรามองว่าอาเซียนคือบ้านของเรา และเราได้อยู่เคียงข้างลูกค้าและภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ มาแล้ว ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 และวิกฤตซับไพรม์ในปี 2008 ถึงแม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวและเกิดความไม่แน่นอนในระยะสั้น แต่เรายังมองเห็นโอกาสและศักยภาพอันมหาศาลของอาเซียนในระยะยาว ซึ่งยังมีโอกาสทางธุรกิจกระจายอยู่เป็นระยะๆ หนึ่งในแผนล่าสุดของเราคือการเข้าซื้อกิจการธุรกิจลูกค้ารายย่อยของซิตี้ แบงก์ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการให้บริการลูกค้าของเราให้เข้าถึงบริการที่หลากหลายมากขึ้น เราให้การสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย หรือบริษัทไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ”
ในส่วนของความท้าทายของประเทศไทยในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ริชาร์ด มาโลนี่ย์ มองว่า ปัจจัยใหญ่คือเรื่องความสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ อย่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งจะมีผลกระทบโดยเฉพาะกำแพงภาษี กระทบต่อเรื่องของรูปแบบการค้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป และเป็นเรืองสำคัญที่ต้องจับตามองการตัดสินใจจากประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา จีน หรือแม้แต่ทางยุโรปว่ามีนโยบายการตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในระยะสั้นอัตราการเติบโตอาจจะลดลง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะเข้าสู่ภาวะสมดุล แต่ในส่วนเรื่องของผลกระทบระยะยาว ทางธนาคารยูโอบีก็ยังมองว่าอาเซียน ภาพการเติบโตยังไปในทางบวก และก็ยังมีการลงทุนเพิ่มเข้ามาในอาเซียนอยู่ตลอด


