ศึกสายเลือด ปิยะอุย จากรอยร้าวในครอบครัวสู่สมรภูมิธุรกิจ ดุสิตธานี โรงแรม 5 ดาวในตำนาน
จากศึกสายเลือดสู่สมรภูมิธรกิจ จู่ๆ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อถอดถอนชนินทธ์ โทณวณิก แม่ทัพคนสำคัญออกจากตำแหน่งกรรมการ ในวันที่ 26 กันยายนนี้
จนกระทั่ง ชนินทธ์ ซึ่งเก็บตัวและบริหารงานอย่างเงียบๆ อยู่ ก็ต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
ปัญหาภายในครอบครัวของทายาทดุสิตธานีนั้น เริ่มแพร่ออกมาสู่สาธารณะมาตั้งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ “บริษัท ชนัตถ์และลูก” ซึ่งเป็นผู้ผู้ถือหุ้นใหญ่ ดุสิตธานี ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการ โหวตไม่รับรองงบการเงินปี 2567 ของดุสิตธานี ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยให้เหตุผล 2 เรื่องคือ 1.ไม่พอใจคำชี้แจงของคณะกรรมการของดุสิตธานี เนื่องจากไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับ สินทรัพย์ หนี้สิน เงินลงทุน และเงินให้กู้แก่บริษัทย่อยให้ชัดเจน 2.ผลการดำเนินงานของดุสิตธานีขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ย้อนหลัง โดยปี 67 ขาดทุน 237 ล้านบาท ปี 66 ขาดทุน 570 ล้านบาท ปี65 ขาดทุน 501 ล้านบาท ปี 64 ขาดทุน 945 ล้านบาท และปี 63 ขาดทุน 1,011 ล้านบาท ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ได้รับปันผล
สัดส่วนการถือหุ้นใน ดุสิตธานี
1.บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จำนวน 422,821,310 หุ้น คิดเป็น 49.74%
2.บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จำนวน 145,238,320 หุ้น คิดเป็น 17.09%
3.ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 34,500,000 หุ้น คิดเป็น 4.06%
4.นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล จำนวน 32,886,000 หุ้น คิดเป็น 3.87%
5.นาง จารุณี ชินวงศ์วรกุล จำกนวน 17,793,300 คิดเป็น 2.09%
6.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 16,010,081 หุ้น คิดเป็น 1.88%
7.นาง สาวิตรี รมยะรูป จำนวน 10,677,400 หุ้น คิดเป็น 1.26%
8.นาย ชาลี โสภณพนิช จำนวน 10,597,400 หุ้น คิดเป็น 1.25%
9.นาง สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล จำนวน 10,597,400 หุ้น คิดเป็น 1.25%
10.นายชาติศิริ โสภณพนิช จำนวน 10,597,400 หุ้น คิดเป็น 1.25%
11.น.ส.ชัชลี พัฒนาพลกรสกุล จำนวน 8,045,000 หุ้น คิดเป็น 0.95%
12.นาย สหนันท์ เชนตระกูล จำนวน 7,610,000 หุ้น คิดเป็น 0.90%
- MRS. ARUNEE CHAN จำนวน 4,868,400 หุ้น คิดเป็น 0.57%
14.บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด จำนวน 4,715,000 หุ้น คิดเป็น 0.55%
15.สำนักงานพระคลังข้างที่ จำนวน 4,318,200 หุ้น คิดเป็น 0.51%

เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด
1.กลุ่มนายชนินทธ์ โทณวณิก ถือหุ้นประมาณ 25.4%
2.กลุ่มนางสินี เธียรประสิทธิ์ (น้องสาวคนกลาง) ถือหุ้นประมาณ 26.57%
3.กลุ่มนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (น้องสาวคนเล็ก) ถือหุ้นประมาณ 21.62%
4.ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย (กองมรดก) ถือหุ้น 24.99%
ดังนั้นเมื่อดูสัดส่วนการถือหุ้นแล้วพบว่า น้องสาว ทั้ง 2 คน คือนางสินี และ นางสุนงค์ ถือหุ้นรวมกันแล้วอยู่ที่ 48.19% ซึ่ง มีอำนาจมากกว่า หุ้นของกลุ่มนายชนินทธ์ที่เป็นพี่ชาย ทำให้มีอำนาจตัดสินใจทิศทางของ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ได้ จึงเป็นที่มาของการเรียกประชุมวิสามันผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 กันยายนนี้
ยันการเปลี่ยนแปลงกก.ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ
โดย ชนินทธ์ ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะกรรมการคนใหม่ที่จะมาแทนตนนั้นมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับกลุ่มเซ็นมทรัล ซึ่งถือหุ้นในดุสิตานี เป็นอัน 2 รองจากบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด พร้อมระบว่า การเปลี่ยนกรรมการที่มีอำนาจจากคนในครอบครัวไปสู่คนนอก ที่ไม่เคยบริหารและไม่รู้จักดุสิตธานีอย่างแท้จริงมาก่อน โดย 2 ใน 3 สามารถลงนามแทนบริษัท เป็นการเปิดทางให้คนนอกเข้าควบคุมกิจการที่ครอบครัวสร้างมาได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีกรรมการเดิมลงนามเลยก็สามารถผูกพันดุสิตธานีได้ และละที่ผ่านมา ยังมีความพยายามผลักดันให้ตนแบ่งหุ้นบริษัท ชนัตถ์และลูก ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ. ดุสิตธานีออกเป็นสามส่วน เพื่อขายต่อให้คนนอก ทั้งๆ ที่ข้อบังคับของบริษัท ชนัตถ์และลูก ระบุไว้ว่า ไม่ให้ขายหุ้นของชนัตถ์และลูก ให้แก่คนนอกครอบครัว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ เท่ากับเปิดประตูให้คนนอกเข้ามาครอบครองกิจการที่เคยเป็นของครอบครัวสร้างมาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง
ก็ต้องจับตาดูต่อไปวาสุดท้ายแล้ว วันที่ 26 กันยายนนี้ ผู้ถือหุ้น ดุสิตธานี จะโหวตออกมาในทิศทางใด แม้ว่าทางกรรมการบริษัทที่ไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย (ได้แก่ นายชนินทธ์ โทณวณิก และนางสินีเธียรประสิทธิ์) มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ผู้ถือหุ้นควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณาในวาระถอดถอนนายชนินทธ์ โทณวณิก เนื่องจากคุณสมบัติของกรรมการบริษัทควรสอดคล้องกับธุรกิจหลักของดุสิต คือ ด้านโรงแรมและอาหาร ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำที่มีความเข้าใจในธุรกิจและการปฏิบัติการอย่างลึกซึ้ง รวมถึงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะดำเนินธุรกิจที่ตนสร้างขึ้นมาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งนายชนินทธ์ โทณวณิก เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจโรงแรมและอาหารมาอย่างยาวนาน และเป็นทายาทคนโตของผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี เป็นผู้ที่ทราบและเข้าใจความเป็นมาของโรงแรมเป็นอย่างดี เป็นบุคคลสัญลักษณ์ของดุสิตธานี และสืบต่อเจตจำนงของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ในการรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยของโรงแรมดุสิตธานี มาจนถึงทุกวันนี้

อีกทั้งมีเครือข่ายในวงการ hospitality อย่างแข็งแกร่ง และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวมถึงการริเริ่มโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งนายชนินทธ์ โทณวณิก เป็นผู้ริเริ่มและเป็นผู้นำในการดำเนินการ รวมถึงแนวคิดและกลยุทธ์ต่างๆซึ่งโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เป็นหนึ่งในโครงการของบริษัทที่คาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัทและเป็นโครงการที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อให้ดุสิตมีความทันสมัยแต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยเพื่อให้เป็นมรดกตกทอดไปถึงรุ่นลูกหลานของไทย
ดังนั้นการถอดถอนนายชนินทธ์ โทณวณิก จะส่งผลกระทบต่อบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) รวมถึงโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกส่วนที่มีต่อบริษัท
สุดท้ายแล้วศึกสายเลือดท่านผู้หญิง ชนัตถ์ ปิยะอุย กับตำนานโรงแรมดุสิตธานีโรงแรมระดับ 5 ดาวยุคแรกๆที่เปิดให้บริการครั้งแรกตั้งแต่ปี 2513 จะจบในรูปแบบไหน ก็ต้องลุ้นกันวันที่ 26 กันยายน 2568!

