หน้าแรก เศรษฐกิจ สัญญาณ ‘เศรษฐ...

สัญญาณ ‘เศรษฐกิจไทย’ หลังม่านรัฐบาลรักษาการ การเมืองวุ่น เชื่อมั่นหด ลงทุนสะดุด

30.08.25 | 16:06 น.

สัญญาณ ‘เศรษฐกิจไทย’ หลังม่านรัฐบาลรักษาการ การเมืองวุ่น เชื่อมั่นหด ลงทุนสะดุด

29 สิงหาคม วันประวัติศาสตร์การเมืองไทย หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 วินิจฉัยให้ ”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ”สมเด็จฮุน เซน” ส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงทั้งคณะ

ปฎิเสธไม่ได้ว่า นอกจากเป็นการชี้ชะตาทางการเมืองแล้ว ยังเป็นการชี้ชะตาเศรษฐกิจไทยในปี 2568 และระยะถัดไป หลังม่านการเมืองวุ่น สงครามการค้ายังไม่จบ และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

ถึงแม้จะมี ”รัฐบาลรักษาการ” แต่ในสายตาของภาคธุรกิจแล้ว มองว่ายังไม่มีแรงส่งมากพอ ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน

“พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” สะท้อนว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากฝั่งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมหรือจากพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ในแง่ของเศรษฐกิจคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลใหม่มีเวลา 4-5 เดือนในการบริหารประเทศ ก่อนจะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในปี 2569 ด้วยเวลาที่เหลือไม่มาก รัฐบาลคงไม่ออกนโยบายใหญ่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่จะทำได้คือต้องไม่ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณปี 2569 ติดขัด ส่วนการแก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทยกับกัมพูชาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายมั่นคง ส่วนผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ขอให้เป็นไปตามระบบแคนดิเดต จะเป็นใครก็ได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่

Advertisement

“ตอนนี้นี้ฝ่ายการเมืองคงมุ่งจัดตั้งรัฐบาล เพื่อรักษาอำนาจรองรับการเลือกตั้งใหม่มากกว่าจะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง จึงไม่คาดหวังว่าหลังมีรัฐบาลใหม่แล้ว เศรษฐกิจจะดีขึ้นจะโตได้เกิน 2% ขอแค่ประคับประคองไม่ให้ติดลบก็พอแล้ว ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร มาม่าเรายังคงเดินหน้าลงทุน เพราะเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจอีก 3 ปีข้างหน้า เพราะประเมินแล้วข้างหน้ายังมีหลายปัจจัยกระทบเศรษฐกิจ”พันธ์กล่าว

ด้าน“องอาจ กิตติคุณชัย” นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) กล่าวว่า จากการที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพและรัฐบาลไม่มีความมั่นคงในปัจจุบัน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจไทยชะลอตัว รวมถึงการที่ประเทศไทยจะเสียโอกาสในการแข่งขันบนเวทีโลกด้วย เนื่องจากรัฐบาลรักษาการที่ไม่มีอำนาจการบริหารประเทศอย่างเต็มที่ จะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นลดลง ทุกคนจะwait and see รอดูทิศทางรัฐบาลใหม่

“การเมืองที่ไม่เสถียรภาพ ทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอตามไปด้วย เพราะไม่มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นได้ในช่วง 4 เดือนนี้ ดังนั้นต้องทำให้การเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยและต่างชาติ”องอาจกล่าว

ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ”สุนทร สถาพร” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่า เพื่อให้ไม่เกิดสุญญากาศทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลต้องเร่งสร้างความชัดเจนทางการเมือง จัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพื่อให้เกิดสุญญากาศ ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามอยากให้ดึงคนนอก มืออาชีพ นักธุรกิจ เช่น นายแบงก์ เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีด้วย โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยากให้เลือกผู้ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยเผชิญวิกฤตหลายอย่าง ทั้งปัญหาชายแดน สงครามการค้าระหว่างประเทศ เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วขอให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลัก

ส่วน “อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงการเมืองที่เกิดขึ้นถือเป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ ส่วนผลต่อเศรษฐกิจอาจจะทำให้นโยบายต่างๆไม่ต่อเนื่อง เช่น นโยบายเร่งด่วนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาชายแดน ทั้งงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท งบเยียวยาผลกระทบชายแดน เพราะรัฐบาลอาจจะเปลี่ยนขั้ว ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ทำให้มีเวลาน้อยในการบริหารประเทศ ก็คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งสานต่อนโยบาย สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นนี้

ขณะที่ ”อัทธ์ พิศาลวานิช” นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน สะท้อนภาพภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่สูงขึ้น หลังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดรัฐบาลรักษาการ ทำให้มีข้อจำกัดในการบริหารประเทศ การผลักดันนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่เหลืออยู่อีก 4 เดือนหลังจากนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลงเหลือ 1.2-1.8% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปีนับจากปี 2563

“ประเทศไทยกำลังอยู่ในสุญญากาศทางการเมืองและนโยบาย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย ฉากทัศน์ที่มีโอกาสความเป็นไปได้ต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่ในฉากทัศน์ที่ 2 คือ มีรัฐบาลรักษาการ 3-4 เดือน และมีอัตราการขยายตัวที่ 1.5% ดังนั้นข้อเสนอแนะคือ 1.เร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพราะรัฐบาลรักษาการมีอำนาจการบริหารประเทศจำกัด 2.เร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจและการช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย จากภาษีทรัมป์ 3.นโยบายลดดอกเบี้ยมีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน”อัทธ์กล่าว