ธุรกิจโรงแรม หวังได้รัฐบาลใหม่เร็วที่สุด ยังมองโลกในแง่ดี เชื่อท่องเที่ยวไฮซีซั่นนี้ ไม่สะดุด
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลนำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นตำแหน่งกรณีคลิปสนทนากับฮุน เซน แห่งกัมพูชา ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และมีรัฐบาลรักษาการแทนนั้น ภาคการท่องเที่ยวคาดหวังว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นใครก็ได้
แต่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาบริหารประเทศ เพราะแม้มีรัฐบาลรักษาการแต่ไม่รู้ว่าสามารถทำหน้าที่ได้มากน้อยเท่าใด โดยการท่องเที่ยวเริ่มไต่ระดับกลับมาแล้ว ซึ่งเท่าที่ทำการสำรวจพบว่า ตลาดยุโรป ที่เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้นไม่ได้กังวลในส่วนนี้มากนัก ทำให้โรงแรมระดับ 5 ดาว เริ่มมียอดจองล่วงหน้าในช่วงไฮซีซั่นเข้ามาบ้างแล้ว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า เงื่อนไขที่สำคัญคือ หากพรรคที่ต้องการจัดตั้งรัฐบาลมีคะแนนเสียงไม่เพียงพอ พรรคประชาชนจะช่วยโหวตเพิ่มคะแนนเสียงให้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ซึ่งไม่แน่ใจว่าภายในระยะเวลาตามเงื่อนไขก่อนยุบสภาเลือกตั้งใหม่นั้น งบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จะสามารถใช้ได้และมีประสิทธิภาพมากน้อยเท่าใด ซึ่งภาคเอกชนก็อยากให้รัฐบาลบริหารจัดการให้มีโครงการที่ดีและออกมาใช้ให้ทันในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่สดใสดมากนักแบบนี้
“ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นนายกฯคนใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงแน่นอนคือ ครม. ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครจะได้อยู่ตรงที่ใดบ้าง ทำให้ตอนนี้คือ ใครจะเข้ามาก็ได้แต่ขอให้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปต่อได้โดยเร็ว เพราะช่วงไตรมาส 4/2568 ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่ปกติจะเป็นช่วงเดินทางท่องเที่ยวและเกิดการใช้จ่ายสูงสุดในช่วงปี
ซึ่งการเมืองที่ยังไม่แน่นอนอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเดินทางได้ ผู้ประกอบการกังวลในส่วนนี้ แต่ก็มองโลกในแง่ดีอยู่ หวังว่าไฮซีซั่นนี้น่าจะดูดี เรื่องความกลัวอะไรต่างๆ ก็เข้าใจว่ามีกังวลอยู่บ้าง แต่จากการประเมินตลาดรวม โดยเฉพาะต่างชาติไม่ได้มีประเทศใดที่อ่อนไหวกับประเด็นการเมืองจนน่ากังวลมากนัก” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับตลาดจีนก็ กลุ่มที่เดินทางเที่ยวเอง (เอฟไอที) ยังมีเข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงเริ่มเห็นกรุ๊ปทัวร์ที่เช่าเหมาลำเข้ามาทยอยเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมองว่าโครงการตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะร่องโครงการกับผู้ประกอบการกลุ่มโรงแรมที่พัก ผ่าน 4 เกณฑ์ประเมินหลัก ได้แก่ 1.มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วไป 2.การชำระเงิน 3.การสื่อสารภาษาต่างประเทศ และ 4.การเดินทางเข้าถึงเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ โดยหากประชาสัมพันธ์โครงการได้ดี มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ยกระดับคุณภาพได้มากขึ้น น่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวได้
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันคาดหวังว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาล ปัญหาชายแดนไทยและกัมพูชาที่ยังปะทะกันอยู่ในตอนนี้ น่าจะสามารถคลี่คลายลงได้ ซึ่งหากเหตุการณ์สงบลงจะเป็นส่วนช่วยส่งภาพเชิงบวกของประเทศไทยออกไปได้ รวมถึงเมื่อมีการเปิดด่านพรมแดนระหว่างกัน เดินทางไปมาถึงกันได้ตามปกติ ก็จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในประเทศได้ด้วย
เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดที่อยู่ติดชายแดน ปกติต้อนรับนักท่องเที่ยวบริเวณชายแดนได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่าง 2 ประเทศ ทำให้รายได้หายไปหลายเดือนแล้ว หากสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ก็จะเพิ่มความเชื่อมั่นและฟื้นบรรยากาศในภาพรวมได้

