หน้าแรก เศรษฐกิจ UTA ขีดเส้น 1...

UTA ขีดเส้น 1 เดือน จ่อยกเลิกสัญญา ‘เมืองการบิน’ พร้อมเรียกคืน 4 พันล้าน เหตุรัฐผิดข้อกำหนด

1.09.25 | 17:13 น.

บางกอกแอร์เวย์ส มั่นใจการเมืองผันผวนไม่กระทบ แต่ลงทุน ‘เมืองการบิน’ ส่อแววสะดุด

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่เข้าสู่ภาวะสุญญากาศและคณะรัฐมนตรีสิ้นสุดการทำงานลงทั้งคณะนั้น ยังประเมินสถานการณ์ขณะนี้แน่ชัดไม่ได้ว่าจะมีผลกระทบอะไรต่อธุรกิจการบินบ้าง เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหัน ดังนั้น จึงมองว่าขณะนี้ในส่วนของบางกอกแอร์เวย์สเองก็ยังไม่ได้เห็นผลกระทบอะไรจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้เหมือนประเทศอื่นๆ ประเทศไทยมีหลายสถานที่ หลายจังหวัด ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวได้ ดังนั้น นักท่องเที่ยวก็จะเลือกไปเที่ยวในจุดที่ปลอดภัย เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้กระทบกับการท่องเที่ยวไทยทั่วประเทศ เนื่องจากไม่ได้มีเหตุการณ์ร้ายแรงถึงขนาดต้องปิดการเข้าออกประเทศ ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ และนโยบายเดิมด้านท่องเที่ยวจะไม่ได้สานต่อก็ไม่ได้กังวล เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินก็พร้อมที่จะมีส่วนช่วยทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยน่าสนใจเหมือนเดิม

โครงการอู่ตะเภาล่าช้า ส่อแววตัดสินใจยกเลิก

นายพุฒิพงศ์กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2.9 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) อยู่ระหว่างรอการพิจารณาปรับลดขนาดการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยแผนเดิมของเฟสแรกต้องรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี แต่ UTA เสนอตัวเลขเริ่มต้นที่ 3 ล้านคนต่อปี เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารเพียง 4 แสนคนต่อปี อาคารผู้โดยสารหลักสามารถรองรับ 2-3 ล้านคนต่อปี และหากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จะทยอยลงทุนให้รองรับได้ที่ 6 ล้านคนต่อปี 8 ล้านคนต่อปี 12 ล้านคนต่อปีตามลำดับ

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า ตามหลัก EEC จะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาปรับลดขนาดการลงทุนดังกล่าว แต่ด้วยที่ผ่านมายังไม่มีการเสนอไปยัง ครม. และปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะความผันผวนทางการเมืองทำให้โครงการล่าช้าและยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถได้ข้อสรุปจากทุกฝ่ายและพร้อมนำโครงการเข้าเสนอไปที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เมื่อไหร่

Advertisement

นายพุฒิพงศ์กล่าวอีกว่า รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งตามสัญญาจะต้องดำเนินการภายในเดือนมิถุนายน 2568 แต่ปัจจุบันครบกำหนดตามสัญญาประมาณ 5 ปีแล้วนับตั้งแต่วันลงนามสัญญา แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการใดๆ

นายพุฒิพงศ์กล่าวด้วยว่า สำหรับวันที่ 1 กันยายน 2568 ช่วงเย็น มีการประชุมภายในของบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เพื่อพิจารณาว่าจะเดินหน้าโครงการต่อหรือไม่ หากยังไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐภายใน 1 เดือน บริษัทพร้อมยกเลิกสัญญา เพราะถือว่าภาครัฐทำผิดข้อกำหนด และเรียกเงินลงทุนที่ทำไปแล้วประมาณ 4,000 ล้านบาทคืนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

MRO อู่ตะเภา BA-การบินไทย แบ่งพื้นที่ลงทุน

นายพุฒิพงศ์ระบุว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการร่วมลงทุนโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ในพื้นที่ EEC ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระหว่างบริษัท บางกอกแอร์เวย์ส กับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นั้น ขณะนี้ได้เสนอรายละเอียดการบริหารงานโครงการต่อ EEC แล้ว

เบื้องต้นแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ BA 30 ไร่ จากทั้งหมด 200 ไร่ วงเงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับซ่อมเครื่องบินลำตัวแคบ เช่น Airbus A320 และ A319 ส่วนการบินไทยดูแลเครื่องบินลำตัวกว้าง ทั้งสองฝ่ายสร้างโรงซ่อมบำรุงแยกกัน เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน