เอกชนหวังรบ.ใหม่ทำชายแดนไทย-เขมรปลอดภัย ฟื้นการค้า ชี้เจรจาทางออก’โอซีเอ’ทำ2ประเทศมั่นคงพลังงาน
นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ไม่ว่าพรรคไหนจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ขอเสนอว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา โดยนำเทคโนโลยีและเครื่องมือสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดความสูญเสียของกำลังพลและประชาชน รวมถึงสร้างกิจกรรมและมาตรการช่วยเหลือชุมชน เพื่อบรรเทาผลกระทบทางจิตใจและสังคมของประชาชน หากรัฐบาลสามารถทำให้พื้นที่ชายแดนกลับมาสงบได้จะช่วยฟื้นฟูทั้งเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของคนในท้องถิ่นได้รวดเร็ว โดยสถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทย ผู้ส่งออกไม่น้อยกำลังเผชิญความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ ทั้งจากต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นถึง 4-5 เท่า หลายรายต้องชะลอแผนการลงทุนหรือพิจารณาย้ายฐานการผลิต ขณะที่ฐานลูกค้าบางส่วนเริ่มหันไปหาซัพพลายเออร์จากประเทศอื่น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ไทยอาจสูญเสียโอกาสทางการตลาดและการลงทุนที่เคยมีอยู่ได้เช่นกัน ส่วนแรงงานอนาคตอาจเปิดกว้างไปถึงชาติอื่น เช่น ศรีลังกา ทำให้ผลกระทบด้านแรงงานอาจเป็นเพียงระยะสั้น เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้
นายอภิชิต กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการเจรจาการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน (Overlapping Claims Area: OCA) ระหว่างไทยและกัมพูชา มองว่าการเจรจาคือทางออกสำคัญ เพราะไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่อาจทอดทิ้งกันได้ มีหลายพื้นที่ที่มีข้อพิพาทยังสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ หากทุกฝ่ายยึดเหตุผลและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้มูลค่าการค้าไทย-กัมพูชาเพียง 1-2% ของภาพรวมการค้าทั้งหมดของไทย แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการและประชาชนที่ทำการค้าบริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพาตลาดฝั่งกัมพูชาถูกกระทบโดยตรง ขณะนี้รัฐบาลไทยมีการเปลี่ยนแปลงและเข้าสู่ช่วงสูญญากาศอีกครั้ง หากได้รัฐบาลชุดใหม่ ในส่วนของการค้าชายแดน รัฐบาลควรเร่งหามาตรการบรรเทาเพื่อให้สินค้าเดินทางได้ต่อเนื่อง อาจต้องอ้อมไปใช้ด่านสากลที่ไม่ใช่ด่านประจำ เพราะทั้งสองประเทศต่างต้องพึ่งพาการซื้อขายกันอยู่ เพียงแต่ต้องหาช่องทางให้เคลื่อนตัวได้
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ยังมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขผ่านการเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ทับซ้อนไม่ใช่เพียงไทย-กัมพูชา แต่ประเทศอื่นในโลกก็มีปัญหาแบบนี้ วิธีการแก้คือเจรจาเป็นโซน ตกลงทีละพื้นที่ ไม่มีทางออกอื่นนอกจากการเจรจา โดยความรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ตลอดหากไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกัน

