หน้าแรก เศรษฐกิจ สันติธาร ชี้ ...

สันติธาร ชี้ เวียดนาม ล้ำไปอีก สร้าง 4 เสาปฏิรูป แผนเศรษฐกิจจับต้องได้ เอกชนมั่นใจ ถามไทยพร้อมหรือยัง

2.09.25 | 09:56 น.

สันติธาร ชี้ เวียดนาม ล้ำไปอีก สร้าง 4 เสาปฏิรูป เอาจริง แผนเศรษฐกิจจับต้องได้ เอกชนมั่นใจ ถามไทยพร้อมหรือยัง

วันที่ 2 กันยายน ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักยุทธศาสตร์แห่งอนาคต อดีตผู้บริหารบริษัทเทคฯและภาคการเงินระดับโลก ผู้เขียนหนังสือ Twists & Turns โพสต์เฟซบุ๊ก ใน สันติธาร เสถียรไทย – Dr Santitarn Sathirathai เรื่อง เวียดนามกำลังทรานสฟอร์มตัวเองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40ปี เพื่อก้าวกระโดดไปอีก มีเนื้อหาว่า

เรามักพูดถึงเวียดนามในฐานะ “คู่แข่งที่เก่งและวิ่งเร็ว” แต่เวียดนามไม่ได้มองตัวเองว่า “เก่งแล้ว”

ตรงกันข้าม..

เขากำลังมองตัวเองเป็น “ผู้ท้าชิง” (Challenger mindset) ที่ยอมเสี่ยงเพื่อก้าวกระโดด

Advertisement

และกำลังใช้ “วิกฤต” เป็น “โอกาส”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ MUFG ได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง Doi Moi 2.0 – The most ambitious structural reforms since 1986 ซึ่งถือว่าน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับไทยอย่างมาก จึงขอเอามาเล่าครับ

Doi Moi 2.0: การปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ

นับจาก “โด่ยเหม๊ย” ปี 1986 ที่เปิดประเทศจากสังคมนิยมปิดสู่เศรษฐกิจตลาด เวียดนามเพิ่งประกาศ “Doi Moi 2.0” หรือการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบสี่สิบปี

รายงานสรุปการปฏิรูปของเวียดนามไว้ในคำที่คมและชัดเจนว่า Transform to Reform, Optimise to Mobilise ซึ่งหมายความว่า เริ่มจากกระดุมเม็ดแรกคือ การปรับมายด์เซ็ตของผู้นำ สร้าง ฉันทามติใหม่เรื่องการเพิ่มบทบาทเอกชนในประเทศในเศรษฐกิจ

และการ “ลดไขมัน” ที่ถ่วงความเร็ว เพื่อจัดระบบให้ขับเคลื่อนได้จริง

ด้วยการสร้าง 4 เสาแห่งการปฏิรูป

1. เสารัฐและระบบราชการ (State & Governance)
-เป้าหมาย: ทำให้รัฐ “lean – digital – fast” ลดขนาดและความซับซ้อน เพื่อเป็นรัฐที่เอื้อต่อการแข่งขันระดับโลก
-สิ่งที่จะทำ: ลดกฎระเบียบ 30%, เปลี่ยนจาก “อนุญาตก่อนทำ”  “กำกับหลังทำ”, ควบรวมกระทรวง, ลดชั้นการปกครองเหลือ 2
-สิ่งที่ทำแล้ว: เริ่มควบรวมกระทรวงหลัก ลดคน, รวมจังหวัดจาก 63 เหลือ 34, เริ่มต้นใช้ one-stop e-government และ Digital ID

2. เสาเศรษฐกิจและเอกชน (Economy & Private Sector)
-เป้าหมาย: สร้างเศรษฐกิจที่เอกชนท้องถิ่นแข็งแรง ไม่พึ่ง FDI อย่างเดียว และมี “20 แชมป์ชาติ” เชื่อมกับห่วงโซ่โลก
-สิ่งที่จะทำ: สร้างสิทธิประโยชน์ดึง SMEs เข้าสู่ระบบ, ออกมาตรการลดภาษี/ค่าเช่าที่ดิน, สนับสนุนสตาร์ทอัพและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
-สิ่งที่ทำแล้ว: ยกเลิกภาษีธุรกิจขนาดเล็ก, ให้ SMEs ได้ tax holiday 3 ปี, ลดค่าเช่าที่ดิน 30%, เร่งเบิกจ่ายเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน (>10% GDP) โดยให้บริษัทเวียดนามเข้าประมูลนำ

3. เสาทุนมนุษย์และการศึกษา (Human Capital & Education)
-เป้าหมาย: พัฒนาคนเป็น “ทุนแข่งใหม่” ทั้งครูที่มีศักดิ์ศรีสูงสุดและแรงงานที่มีทักษะสูงเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก
-สิ่งที่จะทำ: เพิ่มค่าตอบแทนครู, ประกาศเรียนฟรีในระบบรัฐ, เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญนอกภาครัฐเข้ามาทำงาน, ยกระดับระบบมหาวิทยาลัย–วิจัย
-สิ่งที่ทำแล้ว: ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 30%, ผ่านกฎหมายครูให้เป็นสายอาชีพที่ค่าตอบแทนสูงสุด, ประกาศเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยม, เริ่มปรับเกณฑ์การรับแรงงานทักษะสูง

4. เสาวิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี–การเปิดประเทศ (Science, Technology & Digital)
– เป้าหมาย: ยกระดับเวียดนามให้เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล–นวัตกรรม และเปิดกว้างต่อโลกเพื่อดึงทักษะและทุนคุณภาพ
-สิ่งที่จะทำ: ตั้ง National Data Center, ขยายระบบ Digital ID ครอบคลุมทุกบริการ, สร้างกองทุนสนับสนุน deep-tech, ผ่อนคลายกฎแรงงานต่างชาติ
-สิ่งที่ทำแล้ว: เริ่มใช้ Digital ID กับบริการรัฐ–ธุรกิจ, ตั้งพอร์ทัลบริการ one-stop, ประกาศ timeline ออก work permit สำหรับแรงงานต่างชาติภายใน 10 วัน, เปิดกองทุนสนับสนุนโครงการเทคโนโลยี

จุดเด่นของแผนนี้มีอย่างน้อย 4 ข้อ
1.ปัญหาที่ชัดเจน เป้าหมายที่ชัดเจน เวียดนามชี้ชัด “ปัญหาปัจจุบันและโจทย์แห่งอนาคต”:
-เอกชนท้องถิ่นยังอ่อนแรงเมื่อเทียบกับบริษัทต่างชาติ
-ระบบราชการซับซ้อน ต้นทุนธุรกิจสูง
-ธุรกิจนอกระบบมีสัดส่วนใหญ่และผลิตภาพต่ำ

และในอนาคต
โลกาภิวัตน์จะยากขึ้น การแข่งขันโลกจะเข้มขึ้น การใช้การดึง FDI เป็นฐานผลิตให้ต่างชาติอย่างเดิมจะไปต่อยาก เอกชนจึงต้องแกร่งขึ้น คนต้องเก่งขึ้น Science-Tech-digital ต้องไประดับโลก รัฐต้องไม่ถ่วงและเล่นบทซัพพอร์ตได้ดีขึ้น นำไปสู่เป้าหมายใน 4 เสาที่ชัดเจน

2.ตัววัดชัดเจน จับต้องได้ ประเมินได้ เช่น ภายใน 2030:

-มี 2 ล้านกิจการเอกชน คิดเป็น 55–58% ของ GDP (จาก 50% วันนี้)
-มี 20 บริษัทใหญ่เข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (GVCs)
-ผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.5–9.5% ต่อปี
-ติด Top 3 ASEAN / Top 5 Asia ในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความสามารถในการปรับตัว
-ลดเวลา ต้นทุน และความยุ่งยากทางราชการลง 30%
– ภายใน 2045 ต้องติด Top 30 ของโลกด้านนวัตกรรม และมี Digital economy >50% ของ GDP
ฯลฯ เมื่อมีตัววัดที่ดี ถ้าเริ่มไปผิดทางหรือไม่ไปไหนจะรู้ตัวได้ทันเวลา

3.ไม่เป็นทุกอย่างเพื่อเธอ แต่ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่ออนาคต
แผนนี้ไม่ได้พยายามเป็น “ทุกอย่างสำหรับทุกคน”
เพราะแผนแบบนั้นมักจะไม่เป็นอะไรเลยให้ใครสักคน
เวียดนามเลือกโฟกัสไม่กี่เรื่องที่เป็นจุดตัดสำคัญของอนาคต-กฎระเบียบ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อกับโลก-แล้วทำให้เกิดผลลัพธ์จริง

4.เชื่อมVision ใหญ่กับทำจริง, ระยะยาวกับ Quick Win แผนนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่จับต้องไม่ได้ และก็ไม่ใช่ quick win ฉาบฉวย แต่เป็นการผูกสองสิ่งเข้าด้วยกัน

โดยจะเห็นว่าในแต่ละเสาของการปฏิรูปมีทั้ง Think Big x Quick win ที่ทำไปแล้วสร้าง momentum และความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศว่าเวียดนาม “เอาจริง”
จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้เอกชนและนักลงทุน

เช่น MUFG ได้ปรับประมาณการศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ระยะยาวของเวียดนามขึ้น ขึ้นไปเป็น กว่า 7% สูงกว่า 6+% ในช่วงที่ผ่านมา
สุดท้ายนี้ คงไม่มีใครตอบได้แน่ว่าเวียดนามจะทำได้สำเร็จทั้งหมดหรือไม่

แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เวียดนามกำลังสร้าง “ความเชื่อมั่น” ว่าประเทศนี้มีทิศทางชัด และพร้อมเดินหน้า

เลยอยากชวน “มองเขา”
ในมุม “คู่แข่ง”ในหลายๆด้านที่เราต้องรู้เท่าทัน
ในมุมพาร์ทเนอร์ เพื่อนบ้าน และตลาดแห่งโอกาสที่สำคัญ ที่สามารถร่วมมือกัน

และที่สำคัญกลับมา “มองเรา”
ไม่ใช่ในมุมว่าเราสู้เขาได้ หรือ ไม่ได้
หรือ ใครดีกว่าใคร

แต่เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง จาก mindset ของผู้ท้าชิงและแผนก้าวสู่อนาคต

ที่เราเองก็อาจควรต้องมีเช่นกัน