นัทรียา ยันท่องเที่ยวไปต่อแม้การเมืองเปลี่ยน ชูแผนรับความเสี่ยงได้ทุกด้าน วิ่งสู่เป้ารายได้ 3 ล้านล้านบาท
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบตั้งแต่เรื่องนักแสดงจีนหายไปตัวไปในชายแดนไทย แผ่นดินไหว เหตุร้ายต่างๆ แต่กระทรวงฯ พยายามเต็มที่ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ปรับยุทธศาสตร์ในการโฟกัสตลาดที่เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยุโรปและตะวันออกกลาง หลังจากตลาดจีนชะลอตัวและจำนวนนิ่งลง จึงต้องดึงกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพเข้ามาเพิ่ม เพื่อให้มีรายได้เติบโตแม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง ซึ่งจะเน้นการเข้าไปตั้งเป้าหมายในแต่ละประเทศที่มีศักยภาพโตได้ เพื่อเดินหน้าตามเป้าหมายรายได้รวมที่ 3 ล้านล้านบาท ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบหลายเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง
นางสาวนัทรียา กล่าวว่า สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยืนยันไม่ได้ส่งผลกระทบกับการทำงาน หรือต้องเปลี่ยนแปลงในด้านใด เพราะฝ่ายราชการ บุคคลทำงานยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งทำไว้รองรับสถานการณ์ทุกอย่างครอบคลุมหมดแล้ว อาทิ การกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4/2568 โค้งสุดท้ายของปี จะมีการจัดเทศกาลลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสร้างกระแสให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยว และดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันจะมีแคมเปญออกมากระตุ้นการเดินทางในประเทศ อย่างสิทธิเมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรองของโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 2.3 หมื่นสิทธิหรือห้องพัก จะมีโครงการชวนเที่ยวคลายเครียดออกมา เพื่อปรับอารมณ์ให้กับประชาชนหลีกเลี่ยงบรรยากาศข่าวสารหนักๆ พักก่อนแล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่
“ตอนนี้ต้องเน้นกระตุ้นให้บรรยากาศในประเทศมีความคึกคัก คนไทยเองออกเดินทางท่องเที่ยวก่อน เพราะหากคนไทยยังเที่ยวในประเทศกันเอง การต้อนรับนักท่องเที่ยว ความสนุกสนามก็จะตามมา ซึ่งการท่องเที่ยวคือกลไกสร้างรายได้ให้กับชุมชน ประชาชน เงินถึงกระเป๋าผู้ประกอบการโดยตรง จึงต้องจุดกระแสการท่องเที่ยวให้ต่อเนื่อง ไม่ให้ซบเซาตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาส่งผลกระทบ ทั้งเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทยและกัมพูชา เศรษฐกิจที่ยังไม่ได้สดใสมากนัก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางทั้งหมด”
นางสาวนัทรียา กล่าวว่า ปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวไทย เป็นการแข่งขันวอลเลย์บอล แม้ตอนแรกจะมีเสียงวิพากษ์เข้ามาว่า มีการประชาสัมพันธ์น้อย แต่ต้องบอกว่า เราทำสุดความสามารถแล้วภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ภาพที่เผยแพร่ออกไปกลับสร้ามประทับใจให้กับนักกีฬาชาวต่างชาติที่เข้ามา มีการลงภาพความประทับใจในช่องทางออนไลน์ของตัวเอง ซึ่งมีผู้ติดตามหลักหลายล้านคน ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพการท่องเที่ยวไทยแบบออแกนิคที่สุด ต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งจะมีการจัดซีเกมส์ 2025 ขึ้นในช่วงปลายปีนี้ด้วย

