หน้าแรก เศรษฐกิจ จีน ตีกลับ &#...

จีน ตีกลับ ‘ทุเรียนไทย’ ปนเปื้อนสารแคดเมียม ชาวสวนจี้ ก.เกษตรฯจัดการพวกสวมสิทธิ

5.09.25 | 17:59 น.
แฟ้มภาพ

สมาคมทุเรียน จี้กระทรวงเกษตรฯเร่งตรวจสอบทุเรียน สวมสิทธิมาตรฐาน GAP สวนไทยส่งออก หลังจีนพบสารแคดเมียมปนเปื้อน ระงับการนำเข้า

เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายกฤติเดช อยู่รอด เลขาธิการสมาคมทุเรียนไทย (TDA) เปิดเผยว่า สมาคมร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกทุเรียน (ATDP) สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออก และเกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้ทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาเหตุการณ์การตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินปริมาณในทุเรียนส่งออกไปจีน ส่งผลให้จีนไม่ยินยอมรับการขึ้นทะเบียนแหล่งผลิต (DOA) สำหรับโรงคัดบรรจุ และระบบรับรองมาตรฐาน GAP สวนทุเรียน

ทั้งนี้ เกษตรกรมีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจัดการแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาสิทธิการส่งออกทุเรียนไปจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทยในระบบการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูการผลิตทุเรียนปี 2569 จึงขอให้เร่งหาต้นตอและแหล่งที่มาของการสวมสิทธิทุเรียนไทยเพื่อส่งออก

พร้อมทั้งใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นที่สุดกับผู้ที่กระทำผิด เพราะจากการตรวจเอกสารที่ตีกลับจากจีน มีการสวมสิทธิเอกสารเดิมส่งออก 2,000 ตัน แต่เอกสารเปลี่ยนเป็น 72,000 ตัน

นายจรูญ โพธิ์ทอง ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน กล่าวว่า นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับหนังสือร้องเรียนและรับฟังความกังวลของชาวสวนทุเรียน โดยทุเรียนไทยถูกจีนตีกลับเพราะพบปนเปื้อนสารแคดเมียม มีการแบนล้งและ GAP สวนทุเรียน แต่เจ้าของสวนตามเอกสารที่มีทุเรียนตีกลับยืนยันว่าไม่มีทุเรียนส่งออกตั้งแต่เดือน พ.ค.2568 แสดงให้เห็นว่าทุเรียนที่พบแคดเมียมปนเปื้อนเป็นทุเรียนสวมสิทธิ เบื้องต้นคาดว่ามีการสวมสิทธิทุเรียนไทยจากเพื่อนบ้าน จึงอยากให้กระทรวงเกษตรฯเร่งตรวจสอบ

Advertisement

“การสวมสิทธิทุเรียนกระทบต่อเกษตรกร เพราะกรมวิชาการเกษตรมีการแบนล้งของไทย จีนแบนสวนของเกษตรกร หากไม่ทำให้เกิดความชัดเจนจะกลายเป็นปัญหากระทบการส่งออกปี 2569” นายจรูญระบุ

อย่างไรก็ตาม การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนหลายปีที่ผ่านมาส่งออกมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท ตั้งแต่ 1 ม.ค.-26 มิ.ย. 2568 ปริมาณ 591,178.47 ตัน มูลค่า 72,887.43 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีปริมาณ 585,698.98 ตัน มูลค่า 78,070.83 ล้านบาท