ส.โรงแรม หวังปัญหาไทย-กัมพูชาจบได้ หาก ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ จี้ยกเครื่องความปลอดภัย
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องการนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐบาลที่มีอำนาจทำงานแบบ 100% โดยหากพรรคภูมิใจไทยได้รับการโหวตให้นั่งตำแหน่งนายกฯ คาดหวังว่าจะเป็นผลดีในการที่มีโอกาสเจรจาปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายุติได้ เพราะรัฐบาลไม่ได้มาจากพรรคเดิมที่ยังหารือกันไม่รู้เรื่อง จึงหวังว่าจะเจรจาหาข้อยุติกันได้ โดยระยะเวลาในการทำงาน 4 เดือน ตามเงื่อนไขของพรรคประชาชน มองว่าสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้แบบไม่ต้องใช้งบประมาณคือ การให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยในด้านความเชื่อมั่น ซึ่งมีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ 4 เดือนจะเป็นระยะเวลาที่สั้น แต่หากทำได้ทันที จึงอยากเห็นนายกฯ เป็นแม่ทัพสั่งการเรื่องนี้อย่างเข้มข้น
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย คือ สั่งตั้งทีมโฆษกแถลงประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานที่ทำแล้วเดือนละ 2 ครั้ง รวบรวมข่าวสารการจับกุมผู้กระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว หรือมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ประกาศให้ชัดเจนว่ารัฐบาลไทยมีการทำอะไรไปแล้ว กำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ ซึ่งอยากให้ตั้งทีมทำงานอย่างต่อเนื่องจนจบรัฐบาล ไม่ว่าจะ 4 เดือนหรือใช้เวลามากกว่านั้น เพราะเชื่อว่า การเคลื่อนไหวรับมือกับข่าวสารต่างๆ อย่างรวดเร็ว จะเห็นผลเชิงบวกและสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยวได้
“นักท่องเที่ยวต่างชาติ เชื่อว่าหากสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้ จุดติดแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถกลับมาเที่ยวไทยได้ทันที เพราะประเทศไทยมีความพร้อมในทุกด้านของการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นการที่เราจับกุมและดำเนินคดีการโกง หรือการเอาเปรียบผู้บริโภคทั้งคนไทยและต่างชาติ ก็จะไม่ได้ถูกกระจายข่าวออกไปว่ามีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง โดยหากมีการจัดตั้งทีมขึ้นมาทำงานแถลงข่าวออกไป สามารถรวบรวมกรณีที่เกิดขึ้นและบอกได้ว่า ทำอะไรไปแล้วบ้าง จะเป็นผลงานของแต่ละหน่วยงานที่ดำเนินการ และนายกฯ ก็จะมีผลงานในการทำงานตลอดระยะเวลาที่เป็นรัฐบาลด้วย โดยย้ำว่าไม่ใช่การต่อต้านข่าว แต่เป็นการรายงานรับมืออย่างรวดเร็ว เพราะการปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงไม่ได้แล้ว” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ต้องยอมรับว่าเอกชนไม่สามารถเลือกได้ แต่ก็อยากให้นายกฯ พิจารณาเลือกคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว มีพื้นฐานความรู้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยู่บ้าง หรือหากไม่มีประสบการณ์ ก็อยากให้มีความสามารถในการบริหารจัดการ อย่างน้อยขอให้รับฟังภาคเอกชนแล้วนำไปพิจารณาต่อ เพราะภาคเอกชนเป็นผู้มีประสบการณ์จริง หากหยิบข้อเสนอแนะไปใช้น่าจะส่งผลบวกต่อการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว รวมถึงเศรษฐกิจไทยต่อไปได้

