หน้าแรก เศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ หว...

ทีดีอาร์ไอ หวัง รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้ปัญหาค่าโดยสาร สานต่อโครงการคมนาคมใหญ่

6.09.25 | 17:17 น.

ทีดีอาร์ไอ หวัง รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้ปัญหาค่าโดยสาร สานต่อโครงการคมนาคมใหญ่

นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ทิศทางนโยบายของรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะบทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านใหม่ จะต้องเผชิญโจทย์ใหญ่หลายด้าน ทั้งการแก้ปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่สูงเกินไป รวมถึง การสานต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินงานอยู่

นายสุเมธ กล่าวว่า นโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ที่รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยผลักดัน แต่ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากขั้นตอนดำเนินงานยังไม่แล้วเสร็จ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนคาดหวังกับมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าสานต่อโครงการนี้หรือไม่ ซึ่ง ค่าโดยสารรถไฟฟ้าปัจจุบัน ซึ่งยังถือว่าสูงเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องต่อรถหลายสาย ดังนั้น จึงอยากให้ฝากให้ รัฐบาลใหม่พิจารณาการปรับโครงสร้างค่าโดยสาร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนให้เหมาะสม

นายสุเมธ กล่าวว่า เท่าที่ทราบมา นโยบายคมนาคมของพรรคภูมิใจไทยเบื้องต้นจะมีเน้นการปรับรถโดยสารให้เป็นระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาด ดังนั้นแนวทางที่ควรให้ความสำคัญคือการพัฒนาระบบ “ตั๋วร่วม” ซึ่งสามารถใช้เดินทางได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง แม้ค่าโดยสารอาจไม่จำเป็นต้องต่ำถึง 20 บาท แต่ควรปรับลดลงจากอัตราปัจจุบันในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง เพื่อให้การเดินทางในเขตเมืองมีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ หากสามารถปรับลดลงได้อย่างเป็นรูปธรรม จะถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์คุณภาพชีวิตคนเมืองได้อย่างแท้จริง

นายสุเมธ กล่าวว่า นอกจากค่าโดยสารแล้ว ทีมรัฐมนตรีคมนาคมชุดใหม่ ยังต้องเร่งรัดการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา การแก้สัญญาโครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน รถไฟฟ้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอนุมัติและเริ่มก่อสร้างไปแล้ว ขณะเดียวกันยังมีโครงการที่รอการพิจารณาหรือรอเข้าสู่การอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งรัฐมนตรีใหม่ต้องเร่งทบทวนและตัดสินใจโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความล่าและ ตนอยากย้ำว่า ความต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากโครงการใดหยุดชะงัก จะส่งผลเสียต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

Advertisement

นายสุเมธ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอาจทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องด้านนโยบาย ส่งผลให้โครงการลงทุนใหม่ ๆ ถูกเลื่อนออกไป และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนั้น รัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่ต้องบริหารจัดการให้โครงการสำคัญยังคงเดินหน้าได้ พร้อมทั้งพิจารณานโยบายใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและการพัฒนาประเทศในระยะยาว