หน้าแรก เศรษฐกิจ อสังหาจับตา 4...

อสังหาจับตา 4 เดือน รัฐบาลอนุทิน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนุนคนละครึ่ง ผุดนโยบายจับต้องได้

7.09.25 | 14:35 น.
REUTERS/Athit Perawongmetha

อสังหาจับตา 4 เดือน รัฐบาลอนุทิน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนุนคนละครึ่ง ผุดนโยบายจับต้องได้

วันที่ 7 กันยายน นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีและมีดึงคนนอกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ข้าราชการระดับสูงกระทรวงการคลัง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เชื่อว่าจะประคับประคองเศรษฐกิจได้ในระดับที่ไม่ให้แย่ไปกว่านี้ จนถึงยุบสภาภายใน 4 เดือนนี้

นายพรนริศกล่าวว่า อย่างไรก็ดีเนื่องจากรัฐบาลใหม่มีเวลาบริหารงานแค่ 4 เดือนคงไม่สามารถทำอะไรได้มากโดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนไทยและต่างชาติ ดังนั้นจึงมองว่าภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติน่าจะยัง wait and see รอดูทิศทางนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้ง เพราะรู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยจะมีการยุบสภาในอีก 4 เดือนข้างหน้า

“แต่ในช่วง 4 เดือนนี้ ความเดือดร้อนของประชาชนมันรอไม่ได้ รัฐบาลต้องมีมาตราเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลปากท้องของประชาชน ซึ่งตอนนี้หนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงกว่า 13 ล้านล้านบาท ซึ่งโครงการคนละครึ่งถือว่าดีถ้าออกมาได้ เพราะช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้ และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับกลาง-ล่างไปถึงรากหญ้าได้ นอกจากนี้อยากให้ดูแลค่าบาทพยุงส่งออก และมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก พร้อมกับให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น เพื่อช่วยกลุ่มธุรกิจรายกลางและรายเล็กให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้”นายพรนริศกล่าว

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาพรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีการดึงคนนอก 3 คน เข้ามาร่วมด้วย ถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆ อยู่แล้ว ไม่ว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมาจากกระทรวงการคลังอยู่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นาย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นอดีตซีอีโอปตท. ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็มีประสบการณ์ด้านต่างประเทศอยู่แล้ว และด้วยข้อจำกัดด้านเวลาของรัฐบาล จึงมองว่าน่าจะทำให้การบริหารงานในช่วง 4 เดือนนี้ ไม่ต้องมานับหนึ่งหรือมาเรียนรู้งานกันใหม่

Advertisement

“แต่ในเบื้องต้นนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้นหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นการกำหนดนโยบาย หรือการผลักดันนโยบายที่เด่นชัดว่าจะสามารถดำเนินการในเรื่องใดได้ในเวลาที่จำกัด แต่การเอาคนมีประสบการณ์อยู่แล้วมาบริหารก็ถือเป็นเรื่องที่มีความเหมาะสม กับช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่จะดูแลหรือประคองงานทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง ไม่ให้ถดถอยไปกว่าเดิม ก็ถือว่าเป็นประโยชน์แล้ว แต่ถ้ารัฐบาลมีนโยบายอะไรที่สามารถจะจับต้องได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ในกรณีนี้ก็อาจจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้นและเป็นผลดีต่อรัฐบาลชุดใหม่นี้สำหรับการไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในปีหน้าด้วย ซึ่งโครงการอะไรที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วถือเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าโครงการคนละครึ่งที่เคยใช้มาแล้วในช่วงโควิดและโครงการอื่นๆ”นายอิสระกล่าว