นักวิชาการ ชี้ นโยบาย 4 ข้อนายกฯหนู ตรงประเด็น แต่แค่บรรเทาเท่านั้น แนะวางรากฐาน เพื่อให้รบ.หน้าสานต่อ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน กล่าวถึง 4 ข้อนายกรัฐมนตรี อนุทิน ว่า 1.นโยบาย 4 ข้อของนายกฯ ตรงประเด็น
นายกฯ แถลงภาพรวมของนโยบาย ในการแก้ปัญหาประเทศ 4 ข้อหลัก คือ ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาภัยพิบัติ และปัญหาสังคม 2. นโยบายทำได้แค่ “บรรเทาและหยุดยั้งชั่วคราว”
ดร.อัทธ์กล่าวว่า นโยบายทั้ง 4 ข้อถือว่าถูกทางภายใต้ระยะเวลา 4 เดือน แต่จะเป็นลักษณะบรรเทาและหยุดยั้งปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังไม่สามารถแก้รากลึกหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงถาวรได้ ด้วยข้อจำกัดของเวลา ดังนี้
1.ปัญหาเศรษฐกิจ ตามที่นายกฯพูด ลดรายจ่ายประชาขน ถือว่าตรงจุด เพราะเศรษฐกิจฐานรากยังบอบบาง ค่าครองชีพสูง (ราคาสินค้าที่ประชาชนจ่าย กับดัชนีเงินเฟ้อสวนทางกัน หมายความว่า เงินเฟ้อต่ำ แต่ราคาที่ประชาชนจ่ายสูง) และเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องการสภาพคล่องทันที และแข่งขันสินค้าจีนไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลทำได้ในเชิงมาตรการเร่งด่วน (ลดค่าพลังงาน, อัดเงินสวัสดิการ, Soft Loan) ให้เห็นผลเร็วใน 1–2 เดือนเท่านั้น ยั่งยืนแค่ชั่วคราว ยังไม่ครอบคลุมในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างศักยภาพหาเลี้ยงชีพระยะยาว เช่นการศึกษา (แรงงานไทยมีทักษะใหม่ ดิจิทัล, ภาษา, เทคโนโลยี ก็จะมี งานที่รายได้สูงขึ้น ไม่ต้องติดอยู่กับงานค่าแรงต่ำ) จัดระบบ “Upskill–Reskill” ดี จะดึงการลงทุนจากต่างชาติ, ทำให้ค่าจ้างเฉลี่ยสูงขึ้น เป็นต้น
นอกจากนี้ ประเด็นเศรษฐกิจยังขาดเรื่อง ภาษีทรัมป์ที่กระทบต่อการส่งออกและรายได้ของประเทศ และการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนที่ทำให้ SMEs ไทยเจ๊ง ส่งผลต่อการว่างงาน รวมไปถึง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง
2.ปัญหา ไทย–กัมพูชา ใน 4 เดือน ทำได้เพื่อให้สถานการณ์เบาบางและคลี่คลายลงบ้าง และมีโอกาสเปิดด่าน เพื่อให้การค้ากลับมาพอสมควร แต่ปัญหาพื้นฐานเขตแดนคงไม่จบ
3.ปัญหาภัยพิบัติ ทำได้จริงในเชิงการทำระบบเตือนให้สมบูรณ์ ให้เกิดการช่วยเหลืองบปนะมาณและชดเชยรวดเร็วในระยะสั้น แต่ไม่สามารถป้องกันปัญหาซ้ำซากได้ภายใน 4 เดือนได้ รัฐบาลหน้า
4.ปัญหาอาชญากรรมสังคม สามารถปฏิบัติการปราบปราม การตัดเส้นทางการเงินทำได้และวัดผลได้ทันที (เช่น ปิดบัญชีม้า, จับศูนย์สแกม) แต่ไม่สามารถแก้ต้นตอในประเทศเพื่อนบ้านหรือปัญหายาเสพติดเชิงระบบได้หมด
ดร.อัทธ์กล่าวว่า ดังนั้นจึงอยากเสนอแนะคือ ด้วยข้อจำกัดในเรื่องเวลาของรัฐบาลนื้ ดังนั้นหากรัฐบาลพอจะสามารถวางรากฐานของทั้ง 4 ข้อไว้ในระยะต่อไป เพื่อจะได้มาสานต่อในรัฐบาลถัดไป ก็จะเป็นประโชยน์มากกับประเทศ เพื่อให้สังคมไทยได้เห็นว่า รัฐบาลนี้ได้ริเริ่มวางโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมไว้ หรือเป็นรัฐบาลที่ให้เกิดการนับ 1 ของปัญหาประเทศ จะเป็นเรื่องที่ดีมาก และที่สำคัญสามารถนำไปหาเสียงในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

