หน้าแรก เศรษฐกิจ ดาต้าเซ็นเตอร...

ดาต้าเซ็นเตอร์แชมป์ลงทุน 8.1 แสนล้าน บีโอไอย้ำต่างชาติมองปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

8.09.25 | 12:10 น.

ดาต้าเซ็นเตอร์แชมป์ลงทุน 8.1 แสนล้าน บีโอไอย้ำต่างชาติให้ความสำคัญปัจจัยพื้นฐานไทย อยากเห็นการเมืองมีเสถียรภาพ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่อภาพรวมการลงทุนไทย ว่า ปัจจัยการเมืองอาจมีผลอยู่บ้าง แต่การลงทุนเป็นการวางแผนระยะยาว นักลงทุนจะมองที่ปัจจัยพื้นฐานของประเทศเป็นหลัก มากกว่าความผันผวนทางการเมืองระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน บุคลากร สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ สิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และเชื่อว่าทุกรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนจากนักลงทุนบางส่วนที่คาดหวังว่าประเทศไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เพื่อผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจและการลงทุนได้อย่างต่อเนื่องด้วย

“โครงการลงทุนขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ยังเดินหน้าตามแผน ไม่ว่าจะเป็นกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และอุตสาหกรรมแบตเตอรี่”นายนฤตม์กล่าว

ทั้งนี้จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก นักลงทุนชั้นนำจำนวนมากให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพและตัดสินใจขยายการลงทุนในประเทศไทย ทำให้สถิติการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ยานยนต์และชิ้นส่วน แบตเตอรี่ รวมทั้งกลุ่มเกษตร อาหารและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

สำหรับตัวเลขอัพเดตล่าสุดของบีโอไอ คือ ครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนยน 2568) มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีจำนวน 1,880 โครงการ เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 1.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 138%  โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูง ได้แก่ ดิจิทัล 522,577 ล้านบาท, อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 125,786 ล้านบาท, ยานยนต์และชิ้นส่วน 45,195 ล้านบาท,  การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 42,238 ล้านบาท, เกษตรและแปรรูปอาหาร 30,785 ล้านบาท, ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 26,726 ล้านบาท, การแพทย์ 18,582 ล้านบาท และการท่องเที่ยว 12,894 ล้านบาท ตามลำดับ

Advertisement

นอกจากนี้ประเมิน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ และมูลค่าลงทุนคำขอรับการส่งเสริม ตั้งแต่ปี 2565 ถึงเดือนมิถุนายน 2568 พบว่า อุตสาหกรรม BCG ลงทุน 2,949 โครงการ  6.2 แสนล้านบาท   อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ลงทุน 808 โครงการ  3.2 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ลงทุน 517 โครงการ  7.1 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ ลงทุน  57 โครงการ  8.1 แสนล้านบาท และกิจการสำนักงานภูมิภาคและศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (RHQ/IBC)  ตั้งแต่ปี 2558 ที่เริ่มต้นใช้นโยบายนี้ถึงปัจจุบัน 460 โครงการ