หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้าไทย ช...

หอการค้าไทย ชี้ ระบบการเมืองขาดเสถียรภาพ อุปสรรคใหญ่ฉุดเศรษฐกิจ 

8.09.25 | 16:14 น.

หอการค้าไทย ชี้ ระบบการเมืองขาดเสถียรภาพ อุปสรรคใหญ่ฉุดเศรษฐกิจ 

เมื่อวันที่ 8 กันยายน บนเวที ‘ปลดล็อกศักยภาพ ผลักดันเศรษฐกิจ‘ ในงานสัมมนาประจำปี ในหัวข้อ TRANSFORMING THAILAND ปรับโฉมไทย สู่อนาคตและความยั่งยืน เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 ของสถานีโทรทัศน์ TNN จัดโดย บริษัท ไทยนิวส์เน็ตเวิร์ค (TNN) จำกัด ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ทรูดิจิทัล พาร์ค ฝั่งตะวันตก

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าถูกติดล็อกในช่วง 24-25 ปีที่ผ่านมาคือ ‘การเมืองการปกครอง’ ที่ขาดเสถียรภาพและมีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ไม่มีความชัดเจน ทำให้ประเทศไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ นายพจน์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ ไทย ติดล็อกคือการขาด National Agenda หรือวาระแห่งชาติที่ชัดเจนและต่อเนื่อง นโยบายสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) หรือการปฏิรูปการศึกษา ล้วนแต่ขาดความต่อเนื่อง เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายเดิมก็ถูกยกเลิกและเริ่มต้นใหม่เสมอ ส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า ยกตัวอย่างเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ติดขัดมานานและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แม้ว่าภาคเอกชนจะพร้อมระดมเงินลงทุนจำนวนมหาศาลก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการแทนภาครัฐได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านกฎหมายและอำนาจในการเวนคืนที่ดิน

นายพจน์ กล่าวว่า แม้ว่าภาคเอกชนจะมีความแข็งแกร่งและเป็นกลไกสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งจากภาษี การส่งออก และการท่องเที่ยว แต่ก็เหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกจำกัดความเร็วไว้ เพราะความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐและขาดการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและเต็มศักยภาพเหมือนที่ควรจะเป็น ตนมองว่า ความสามารถของภาคเอกชนไทยนั้นไม่เป็นสองรองใคร แต่การเติบโตที่ผ่านมากลับจำกัดอยู่แค่ในบริษัทขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งมานานแล้ว ส่วนคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่กลับเผชิญกับความยากลำบากอย่างยิ่ง

นายพจน์ กล่าวว่า เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ สภาหอการค้าฯ จึงได้เพิ่มการขยายบทบาทของกลุ่มธุรกิจ ใหญ่ที่สำคัญ ได้แก่ ภาคการเกษตรและอาหาร, ท่องเที่ยวและบริการ, การค้าและลงทุนระหว่างประเทศ, เศรษฐกิจดิจิทัล, AI และนวัตกรรม รวมถึงพลังงานสะอาดและคาร์บอน เพื่อสร้างกลไกเชื่อมโยงหอการค้าทั่วประเทศและเสนอนโยบายต่อรัฐบาลอย่างจับต้องได้ และ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นายพจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องการศึกษาก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะคุณภาพแรงงานไทยมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งการอบรมและพัฒนาทักษะเยาวชนถือเป็นหัวใจในการสร้างกำลังคนที่พร้อมรองรับการลงทุนและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

Advertisement

นายพจน์ กล่าวว่า หอการค้าไทยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบทวิภาคีกับคู่ค้ารายใหญ่ ได้แก่ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และยุโรป โดยเฉพาะการผลักดันการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่ไทยเสียสิทธิพิเศษทางภาษีไปนานหลายปี ซึ่งถ้าหากการเจรจา FTA กับ EU ประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการส่งออกของไทย และช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด

นายพจน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ไทยจำเป็นต้องปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก หลังสหรัฐและยุโรปปรับนโยบายการค้า ส่งผลให้การเจรจา FTA ต้องมีความยืดหยุ่นและสร้างกลไกความร่วมมือที่มั่นคงกับประเทศสำคัญ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก

นายพจน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากเสนอให้กำหนดในรัฐธรรมนูญไปเลยว่า อะไรคือ วาระแห่งชาติ ที่ทุกรัฐบาลต้องสานต่อ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถโตทัดเทียมประเทศอื่นๆ ในอาเซียน  โดยภาคเอกชนในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) พร้อมช่วยขับเคลื่อนนโยบายนำเสนอรัฐบาล ติเตือนบางนโยบายที่ไม่เหมาะสม ส่วนสิ่งที่ผลักดันเต็มที่ในระยะต่อไป คือ การต่อต้านคอร์รัปชัน ถือเป็นมะเร็งร้ายทำลายเศรษฐกิจของไทย ซึ่งหากจัดการปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติและเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย