ขณะนี้แสงสปอตไลต์ต่างจับจ้อง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พร้อมความคาดหวังในผลงานนับจากนี้ ส่วนจะ 4 เดือน หรือมากกว่านั้น ก็ต้องลุ้นกันอีกที
นายกฯอนุทินประกาศเร่งเดินหน้าแก้ปัญหา 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ปัญหาเศรษฐกิจ เร่งลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพ ลดค่าพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าขนส่งให้พี่น้องประชาชน แก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกร 2.ปัญหาความมั่นคง รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา ด้วยแนวทางสันติภาพ ลดความสูญเสียของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ แต่ก็ต้องยึดหลักการไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว 3.ปัญหาภัยธรรมชาติ เร่งต่อยอดระบบเตือนภัย มีระบบเยียวยาฟื้่นฟู รวดเร็ว เป็นธรรม 4.ปัญหาภัยสังคม เร่งปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ การพนัน และการพนันออนไลน์
ทั้ง 4 เรื่อง ได้รับคำชื่นชม รอติดตามผลงาน และมีบางส่วนแนะนำให้วางนโยบายทั้ง 4 เรื่องในระยะยาวด้วย
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ล่าสุด วิจัยกรุงศรีให้มุมมองว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะแผ่วลงเติบโตเพียง 1.3% จากที่ขยายตัว 3.0% ในครึ่งแรก และทั้งปี 2568 คาดการณ์เติบโต 2.1%
ปัจจัยเศรษฐกิจครึ่งปีหลังที่น่าห่วง ทั้งภาคส่งออกสูญเสียแรงขับเคลื่อน หลังเร่งตัวในครึ่งปีแรก ทำให้ครึ่งหลังของปีคาดว่าแรงส่งจะลดรุนแรง เศรษฐกิจโลกอ่อนแรงลง การลงทุนภาคเอกชนมีความเปราะบาง และภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มหดตัวเป็นปีแรกหลังฟื้นตัวจากโควิด สาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจีน ที่กังวลความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค
เพราะศึกษามาแล้วต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ทำให้นายกฯอนุทินตัดสินใจเลือก เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อม วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตประธานที่ปรึกษา พิชัย ชุณหวชิร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง พร้อมประกาศฟื้นมาตรการคนละครึ่ง ที่เคยโดนใจคนไทย จนได้รับคำชมอย่างมาก
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งเป้าจบเร็ววันนี้ เพื่อคิกออฟงานทันที
จาก 4 ภารกิจหากทำสำเร็จ ฟันธงปูทางเลือกตั้งครั้งใหม่ได้เลย!!

