หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าตราด ชมท...

หอค้าตราด ชมทีมศก.ไม่ขี้เหร่ แนะรบ.เร่งเครื่อง คนละครึ่ง-เปิดด่านชายแดน กระตุ้นศก. ระยะสั้น

10.09.25 | 16:13 น.

หอค้าตราด ชมทีมศก.ไม่ขี้เหร่ แนะรบ.เร่งเครื่อง คนละครึ่ง-เปิดด่านชายแดน กระตุ้นศก.ระยะสั้น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นางวิภา สุเนตร ประธานหอการค้า จ.ตราด เปิดเผยว่า จากรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและมีแนวโน้มจะได้รับการโปรดเกล้าไม่ขี้เหร่ และน่าจะทำงานร่วมกันได้ดี แต่อย่าลืมว่าการบริหารงานภาครัฐมีความซับซ้อนกว่าภาคเอกชน จึงควรดำเนินการอย่างรอบครอบ และควรเร่งดำเนินโครงการต่างๆที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยเฉพาะเร่งผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นผลเร็วอย่าง คนละครึ่ง และพิจารณาเปิดด่านชายแดนในพื้นที่ที่ไม่มีความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดการค้าขายระหว่างกัน และไปมาหาสู่กันเหมือนตอนที่ยังไม่มีการสู้รบ เพื่อประคองเศรษฐกิจในระยะเวลาที่มีจำกัด

“ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ขี้เหร่นะ มองว่า คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจหลายคนที่ปรากฏตามข่าว ดูดีและมีความเป็นมืออาชีพ แต่ยังคงต้องให้กำลังใจและให้เวลาในการทำงาน เนื่องจากสไตล์การทำงานของภาคเอกชนที่รวดเร็ว อาจต้องเจอกับข้อจำกัดด้านกฎระเบียบของระบบราชการ ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคในการบริหารงานได้ เพราะการบริหารงานเอกชนกับบริหารประเทศไม่เหมือนกัน นักธุรกิจที่เข้ามาทำงานการเมืองในอดีตมักจะเจ็บตัว เพราะการทำงานในระบบราชการมีขั้นตอนและกฎระเบียบที่ซับซ้อนกว่า แต่หากให้โอกาสและเวลาให้ท่านได้บริหารอย่างเต็มที่ ก็น่าจะเป็นผลดี”นางวิภากล่าว

นางวิภากล่าวว่า อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่ากังวลคือกรอบเวลาการทำงานของรัฐบาลที่อาจมีเวลาบริหารงานจริงเพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าสั้นเกินไป ที่จะแก้ไขปัญหาสะสมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

นางวิภา กล่าวอีกว่า ภาคเอกชนอยากเห็นการแก้ปัญหาในระยะสั้น และต้องนำกิจกรรมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งมีการพูดถึบการดึงโครงการคนละครึ่งในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธมาใช้อีกครั้ง ซึ่งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างคนละครึ่ง ซึ่งยืนยันว่าเป็นมาตรการที่กระตุ้นได้จริง และสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ได้แสดงความกังวลต่อแนวคิดที่จะปรับสัดส่วนการสมทบระหว่างภาครัฐและประชาชนเป็น 60:40 สำหรับผู้ที่เสียภาษี โดยให้เหตุผลว่าอาจทำให้เกิดความยุ่งยากและสิ้นเปลืองงบประมาณในการพัฒนาระบบแอปพลิเคชันโดยไม่จำเป็น

Advertisement

“บางทีอย่าคิดเยอะเกินไป การทำแอปพลิเคชันใหม่เพื่อรองรับสัดส่วนที่ต่างกันมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มกับเม็ดเงินที่ให้ประชาชนซึ่งไม่ได้มากมายนัก การใช้ระบบ 50:50 แบบเดิมน่าจะง่ายและรวดเรวที่สุด”นางวิภากล่าวย้ำ

นอกจากนี้ ยังได้ฝากข้อสังเกตไปยังภาครัฐเกี่ยวกับการนำผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีว่า ควรใช้วิธีการจูงใจแทนการข่มขู่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการกลัวจนไม่เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ หอการค้าไทยได้มีการรวบรวมข้อเสนอเร่งด่วน หรือ ควิกวิ” (Quick Win) จากแต่ละจังหวัดเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น การแก้ปัญหาค่าเงินบาทที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ด้วย

“ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือการค้าชายแดน โดยเฉพาะการเปิดด่านในพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาการสู้รบ เช่น จังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งสินค้าทั้งของไทยและของนักลงทุนต่างชาติที่ใช้ไทยเป็นฐานการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อยากให้มีการพิจารณาเปิดด่านในจุดที่ไม่มีการกระทบกระทั่งกัน เพื่อให้เศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนสามารถเดินหน้าต่อไปได้” ประธานหอการค้าจ.ตราด กล่าวทิ้งท้าย