หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจชงควิกว...

ธุรกิจชงควิกวิน รัฐบาลอนุทิน ‘รับเหมา’ ขอค่าเค 8 พันล้าน ซอฟต์โลน ‘รับสร้างบ้าน’ ยืดลดภาษีล้านละหมื่น

10.09.25 | 22:27 น.

ธุรกิจชงควิกวิน รัฐบาลอนุทิน ‘รับเหมา’ ขอค่าเค 8 พันล้าน ซอฟต์โลน ‘รับสร้างบ้าน’ ยืดลดภาษีล้านละหมื่น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มีการดึงคนนอกมาช่วยในกระทรวงเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าจะเรียกความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ในส่วนของสมาคมฯอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อออกเป็นนโยบายควิกวิน ช่วยภาคธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ทั้งเรื่องสภาพคล่องและงานก่อสร้างใหม่ที่หดตัวทั้งโครงการภาครัฐและเอกชนตามสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างมีปัญหาหนี้เสียและสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ โดยสมาคมฯอยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยเหลือเร่งด่วน

ประกอบด้วย

1.เร่งจ่ายค่าเคประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท ที่หน่วยงานรัฐค้างจ่ายให้บริษัทรับเหมาสะสมมานานหลายปี ซึ่งเฉพาะกรมทางหลวง(ทล.) อยู่ที่กว่า 4,200 ล้านบาท ค้างมาตั้งแต่ปี2561 เป็นต้นมา ถ้าหากรัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณและจ่ายได้เร็วนอกจากช่วยเรื่องสภาพคล่องให้กับผู้รับเหมาแล้ว ยังจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจด้วย

2.มีการบริหารสัญญาและตรวจรับงานภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ถ้าผู้รับเหมามีการส่งมอบงานแล้วต้องตรวจงาน จ่ายเงินหรือแก้ไขสัญญาเสร็จภายในกี่วัน เพื่อที่ผู้รับเหมาจะได้ทำงานต่อได้

Advertisement

3.ปรับราคากลางให้ถูกต้องและสอดรับกับข้อเท็จจริงและสภาพปัจจุบัน

4.จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนให้กับผู้รับเหมาให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย

5.เร่งรัดการประมูลโครงการใหม่หลังงบประมาณปี 2569 ผ่านการอนุมัติแล้ว และเร่งรัดการเซ็นสัญญางานโครงการที่ยังค้างอยู่

6.ขอให้เปิดนิรโทษกรรมแรงงานต่างชาติอยู่นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคก่อสร้าง หลังมีแรงงานกัมพูชาที่กลับประเทศไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการนิรโทษกรรมสามารถดำเนินการได้ในทันทีเพราะรัฐบาลชุดที่แล้วได้มีการอนุมัติแล้ว

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ภาพรวมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในส่วนของทีมเศรษฐกิจทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ที่ดึงคนนอกมาช่วยขับเคลื่อนงาน รวมถึงเริ่มเห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนออกมา เช่น คนละครึ่ง น่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ระดับหนึ่ง ซึ่งความเชื่อมั่นถือเป็นสิ่งสำคัญต่อกำลังซื้อของภาคธุรกิจ สะท้อนจากธุรกิจรับสร้างบ้านที่ยอดขายลดลงต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2/2568 ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้าน ปรับตัวลดลง 10% แต่คาดว่าในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านจะฟื้นตัวกลับมาได้เท่ากับปีที่แล้ว และปี 2569 จะพลิกเป็นบวกได้3-5% หลังการเมืองและภาษีทรัมป์ชัดเจน โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของตลาดต่างจังหวัดที่มีสัดส่วนมากถึง 80% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สัดส่วน 20%

ทั้งนี้สมาคมฯอยากให้รัฐบาลใหม่ต่ออายุมาตรการลาดภาษีล้านละหมื่น จะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมนี้ออกไปอีกและขยายวงเงินคืนสูงสุดจาก 100,000 บาทเป็น 200,000 บาท และการที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีข้อเสนอลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% แม้จะไม่ส่งผลต่อตลาดรับสร้างบ้านโดยตรง เพราะเป็นที่ดินของลูกค้า แต่ถือว่าเป็นกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้านได้ในระดับหนึ่ง และระหว่างวันที่ 10-14 กันยายน 2568ได้จัดงาน ‘รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025‘ในคอนเซ็ปต์‘สร้าง อยู่ ดี’ ช่วยผลักดันตลาดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้านในช่วงปลายปี ในงานความหลากหลายของแบบบ้านมากกว่า 1,000 แบบ มีให้เลือกในทุกระดับราคาบ้าน รวมทั้งส่วนลดพิเศษ ของแถม รางวัลจากสมาคมฯ เป็นทองคำมูลค่ารวมกว่า 4 แสนบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 11,000 คน สร้างยอดขายรวม 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากภายในงาน 3,500 ล้านบาท และยอดขายที่เกิดขึ้นภายหลังการจัดงานอีก 1,000 ล้านบาท

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่สนับสนุนการจัดตั้ง Mortgage Insurance หรือการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย 20-30% ใน 5 ปีแรกให้กับผู้มีศักยภาพผ่อนชำระแต่ขาดหลักฐานรายได้ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นกลุ่มเงินดาวน์ต่ำ อาชีพอิสระ ผู้ประกอบอาชีพออนไลน์ รายได้แปรผัน เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นและลดอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อ(รีเจ็กต์เรต) เพิ่มโอกาสผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งวิธีการเร็วสุดคือขยายบทบาทให้กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ค้ำประกันให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้รับสินเชื่อธนาคาร ซึ่งบสย.เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ 30%ของราคาให้กับกลุ่มอาชีพอิสระ อาทิ ยูทูบเปอร์ สถาปนิก วิศวกร ผู้ค้าขายออนไลน์ ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือพ่อค้า แม่ค้าแล้วสำหรับการซื้ออสังหาฯเชิงพาณิชย์ เช่น อาคารพาณิชย์ ตึกแถว โฮมออฟฟิศที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งอยู่อาศัยและเป็นสถานประกอบการธุรกิจโดยไม่จำกัดราคาที่ซื้อ