หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมภัตตาคาร...

สมาคมภัตตาคาร ผนึก พันธมิตรรัฐ-เอกชน ประกวดแชมป์ข้าวแกงไทย กระตุ้นท่องเที่ยว-ศก.

10.09.25 | 22:54 น.

สมาคมภัตตาคาร ผนึก พันธมิตรรัฐ-เอกชน ประกวดแชมป์ข้าวแกงไทย กระตุ้นท่องเที่ยว-ศก.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ปลายเดือนตุลาคม 2568 สมาคมฯจะร่วมกับพันธมิตร เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ,ไลน์แมน วงใน,ผู้ผลิตนำมันพืช,ซีพี,ข้าวตราฉัตร เป็นต้น จัดทำโครงการประกวดอาหารสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล(Thai Curry & Rice Global Challenge) เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มุมมองในการท่องเที่ยวไทยแบบใหม่ สร้างเครือข่ายร้านข้าวแกงและเชฟไทยมากกว่า 200 คน ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารเพิ่มขึ้นและหวังว่าจะทำให้เกิดผลในการเดินทางตามรอยโครงการเพื่อการทานข้าวแกงในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีกำลังวื้อมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยทุกภาคส่วน เนื่องจากมองว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาประเทศไทย คงไม่มีใครที่จะทานอาหารจากร้านที่ได้มิชลินไกด์ทุกคน ซึ่งข้าวแกงไทยมีเสน่ห์อยู่ในตัวอยู่แล้ว หากได้รับการโปรโมตจะช่วยกระตุ้นให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากขึ้นและผู้บริโภคไม่ว่าต่างชาติหรือคนไทยในปัจจุบันก็ต้องการอะไรที่มีความคุ้มค่า

นางฐนิวรรณกล่าวว่า สำหรับข้าวแกงที่นำมาประกวด มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ แกงเผ็ด พะแนง และไข่พะโล้ เพื่อให้คนจดจำอาหารไทยได้หลากหลายชนิดมากขึ้น จากปัจจุบันที่รู้จักกันดีอยู่แล้วสำหรับอาหารจานเด่นประจำชาติอย่างต้มยำกุ้งหรือผัดไทย แต่ถ้าพูดถึงอาหารการกินที่แพร่หลายที่สุดและคนทุกชนชั้นเอื้อมถึง อีกทั้งยังมีอยู่แทบทุกหัวมุมถนน แน่นอนว่าจะเป็นข้าวแกง ซึ่งมีความน่าสนใจในแง่มุมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ราคาประหยัด ขณะที่คนไทยแทบทุกภาคต่างคุ้นเคยกับการกินข้าวแกงกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะภาคกลางกับภาคใต้ที่มีความโดดเด่นชัดเจนในเรื่องข้าวแกง และสำหรับนักเดินทางที่มาเยือนเมืองไทยก็อยากให้ได้ลองสัมผัสกับประสบการณ์ข้าวแกง ทั้งนี้ททท.ขอให้สมาคมฯติดป้ายTRUST ที่ร้านอาหารเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

“การจัดงานมี 3 วันที่ห้าง Phenix ประตูน้ำ กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าประกวดในซีซั่นแรกเป็นเจ้าของร้านข้าวแกงในกรุงเทพและปริมณฑล เชฟโรงแรมและร้านอาหารไทย ผู้ชนะเลิศรับเงินรางวัล 100,000บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่ และประกาศนียบัตร รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร รองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร รองชนะเลิศอันดับ 4 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร รางวัลพิเศษผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายรับโล่และประกาศนียบัตร”นางฐนิวรรณกล่าว