กสทช. มีมติให้รับฟังความคิดเห็นแผนการจัดทำข้อมูลฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย รองรับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลหมดอายุปี 2572
เมื่อวันที่ 11 กันยายน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 27/2568 โดยเป็นการประชุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. รวม 2 วัน
น.ส.อรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า 2 วันนี้มีระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. จำนวนทั้งสิ้น 67 วาระ ผ่านการพิจารณาทั้งสิ้น 31 วาระ ได้แก่ วาระที่เกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการ การกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาต การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ การอนุญาตจัดสรรเลขหมาย รวมทั้งการจัดทำฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย
ทั้งนี้ วาระที่ได้รับความสนใจติดตามจากผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์คือ เรื่องการจัดทำข้อมูลฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย โดยในวันนี้ กสทช.ได้มีมติรับทราบ บทวิเคราะห์ฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย และกำหนดแนวทางในการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ ให้สำนักงาน กสทช.นำกรอบเวลาและแนวทางการดำเนินการในมิติต่างๆ ภายใต้กฎหมายปัจจุบันไปจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ รวมทั้งให้นำประเด็นข้อสังเกตจากที่ประชุมไปประกอบการพิจารณาร่วมด้วย เพื่อเตรียมการก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดลงในเดือนเมษายน 2572 โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.การจัดสรรคลื่นความถี่ กิจการทางธุรกิจ ต้องมีการกำหนดจำนวนช่องและมาตรฐานความคมชัด กำหนดแนวทางเกี่ยวกับคลื่น และปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงข่าย จัดทำแผนความถี่วิทยุ ประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต แนวทางการดำเนินงานให้บริการ MUX หลังสิ้นสุดใบอนุญาตปี 2571 กำหนดราคาตั้งต้นการประมูลเพื่อไปสู่การประมูลคลื่นความถี่ในไตรมาสที่ 4 ปี 2571 และอนุญาตให้ใช้คลื่นฯ/ประกอบการในเดือนเมษายน 2572
2.การสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่น จะมีการวิเคราะห์และทบทวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบกิจการ รวมถึงปรับปรุง พัฒนากฎระเบียบในการกำกับดูแลการประกอบกิจการ
3.การลดภาระต้นทุนอื่น ได้แก่ ค่าเช่าใช้ MUX จะมีการวิเคราะห์และทบทวนวิธีการกำกับดูแลอัตราค่าเช่าใช้ และดำเนินการปรับปรุงประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง กรณีพบว่า มีวิธีการกำกับดูแลวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่าวิธีในปัจจุบัน และเรื่องกฎ Must Carry ต้องมีการจัดทำรายงานผลการศึกษา เพื่อนำเสนอ กสทช.
4.การส่งเสริมการประกอบกิจการ ได้แก่ ด้านเนื้อหารายการ มีการส่งเสริมการผลิตเนื้อหารายการที่เป็นประโยชน์ ผ่านประกาศหลักเกณฑ์การสนับสนุนรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การประเมินคุณภาพเนื้อหารายการในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีการจัดทำเกณฑ์ และดำเนินการประเมินคุณภาพเนื้อหารายการ การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบกิจการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดทำบริการสำหรับคนพิการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการพิจารณาวาระที่เกี่ยวกับการสนับสนุนด้านนวัตกรรม โดย กสทช.มีมติอนุญาตให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประสานงานการใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ (Regulatory Sandbox) ในพื้นที่โครงการนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยมีระยะเวลาการอนุญาต 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งเห็นชอบแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะของบริษัท มีขอบเขต ดังนี้
1) พื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ได้แก่ ที่ตั้งโครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในพื้นที่ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง มีพื้นที่รวม 2,345 ไร่ 1 งาน 75.3 ตารางวา
2) คลื่นความถี่ที่ประสงค์จะให้มีการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรม ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 410-480 MHz,
481-525 MHz, 902-905 MHz, 915-920 MIHz, 925-928 MHz, 1616-1625 MHz, 3300-4200 MHz,
5850-5925 MHz, 8300-8600 MHz, 9300-9800 MlHz, 15400-16700 MHz และ 76500-77000 MHz
และ 3) การประยุกต์ใช้งานหรือนวัตกรรมเป้าหมายในพื้นที่ โดยจำแนกตามเทคโนโลยี ได้แก่ การประยุกต์ใช้งานกับอากาศยานไร้คนขับ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาด้านรถขับเคลื่อนอัตโนมัติและการสื่อสาร V2X และการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ สำหรับการใช้งานเพื่อความมั่นคงของรัฐ

