‘อิเกีย’ ทุ่ม 250 ล้าน ลดราคาสินค้า 2,500 รายการ ยาวถึง ส.ค.ปีหน้า บุกอีสาน ผุดสาขาที่ 6
เมื่อวันที่ 11 กันยายน น.ส.ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม เปิดเผยว่า แผนการเดินหน้าธุรกิจในปีงบประมาณ 2569 (กันยายน-สิงหาคม 2569) ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 6% เพิ่มจากปี 2568 ที่เติบโตเล็กน้อยเพียง 1% ท่ามกลางปัจจัยที่ยังมีความท้าทายในเรื่องของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่บางเบา หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความตึงเครียดทางการค้าโลก ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
น.ส.ลีโอนี่กล่าวว่า ทั้งนี้ อิเกียจะเดินหน้ากระตุ้นกำลังซื้อด้วยกลยุทธ์ “Everyday More Value คุ้มค่ากว่าในทุกวัน” โดยจะใช้เงินลงทุน 200-250 ล้านบาท สำหรับการลดราคาสินค้า 20-25% ในสินค้ากว่า 2,500 รายการ โดยขายต่ำกว่า 200 บาท ถูกสุดจะเริ่มต้นที่ 19 บาท โดยจะตรึงราคานี้ไปตลอดทั้งปีตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ตรึงราคา 6 เดือน และจะไม่เป็นการจัดโปรโมชั่นต่อโปรโมชั่นเหมือนที่ผ่านมา และเป็นการลดราคามากกว่าทุกปี เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพได้ในราคาที่ย่อมเยาและดีไซน์ที่ทันสมัย

น.ส.ลีโอนี่กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันอิเกียจะมุ่งขยายกลุ่มธุรกิจอิเกีย ฟอร์ บิสซิเนส หรือกลุ่มบีทูบี เจาะลูกค้าองค์กรและธุรกิจ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เป็นต้น แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดี แต่อสังหาริมทรัพย์ยังมีการก่อสร้าง มีการขายอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับกลุ่มโรงแรมยังมีการปรับปรุงตลอดเวลา จึงเชื่อว่าลูกค้าองค์กรยังมีความต้องการสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านโดยให้อิเกียจะช่วยให้คำปรึกษาในการเลือกซื้อ ช่วยเป็นคู่คิด หรือหากสั่งซื้อจำนวนมากสามารถดูแลไปจนถึงบริการหลังการขายและข้อเสนอพิเศษที่ให้มากขึ้น
น.ส.ลีโอนี่กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ จะเป็นพันธมิตรธุรกิจกับผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหญ่ และโรงแรม สถานศึกษา มหาวิทยาลัย โดยตั้งเป้าจะมีรายได้จากธุรกิจกลุ่มนี้ 170 ล้านบาท ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 300 ล้านบาท ในปี 2573 หลังจากเริ่มดำเนินการมาแล้ว 3 ปี โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีรายได้ที่ 137 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์นี้นอกจากขยายฐานลูกค้าแล้ว ยังพบว่าสามารถทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำถึง 30% ถือว่าเป็นผลตอบรับที่ดีในช่วงเริ่มต้นนี้ และจะเป็นกลยุทธ์ที่จะสร้างการเติบโตให้กับอิเกียในระยะถัดไป จากปัจจุบันลูกค้ามีกว่า 3,000 ราย โดย 80% เป็นกลุ่มเอสเอ็มอี และอีก 20% เป็นลูกค้าโครงการ

น.ส.ลีโอนี่กล่าวว่า สำหรับการลงทุน จะเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ในภาคอีสานช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 โดยใช้เงินลงทุนมากกว่า 30 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ที่ 750 ตารางเมตร เป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับสาขาเชียงใหม่ที่อยู่ใน “ไลฟ์ เอ็กซ์เพรส” แฟล็กชิปคอนวีเนียนรีเทล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท ซีพี ฟิวเจอร์ ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, ซีพี ออลล์, ทรู และดีแคทลอน ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา
โดยจะเป็นสาขาที่ 6 จากปัจจุบันมี 5 สาขา คือบางนา บางใหญ่ ภูเก็ต สุขุมวิท และสาขาเชียงใหม่ ทั้งนี้ การเลือกเปิดสาขาในภาคอีสานเนื่องจากมียอดขายผ่านออนไลน์สูง และยังมองการขยายสาขาไปยังภาคใต้ด้วย





