หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมผู้ผลิตอ...

สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป โอด ‘บาทแข็งค่า’ กดดันส่งออกไทยหนัก ชง 4 ด้าน จี้รัฐเร่งสกัด

11.09.25 | 20:12 น.

สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป โอด ‘บาทแข็งค่า’ กดดันส่งออกไทยหนัก ชง 4 ด้าน จี้รัฐเร่งสกัด

หลังเกิดสถานการณ์ค่าเงินบาท ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ล่าสุดสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาท

ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ในการส่งออกอาหารสำเร็จรูปของไทย เนื่องจากสินค้ามีต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคยังคงได้เปรียบจากการมีค่าเงินที่อ่อนกว่า

องอาจ กิตติคุณชัย นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยว่า การผันผวนของค่าเงินในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความท้าทายอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านการเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน แม้ว่าสินค้าอาหารไทยยังคงเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล แต่แรงกดดันจากค่าเงินที่แข็งค่าทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

“สถานการณ์ค่าเงินในขณะนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและใช้กลยุทธ์ทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของคู่ค้าและเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส” องอาจกล่าว

Advertisement

“องอาจ” กล่าวว่า สมาคมมีข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ด้าน ได้แก่ 1.นโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการส่งออกควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม

2.การควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย พิจารณามาตรการป้องกันการเก็งกำไรจากเงินทุนระยะสั้น ที่ไหลเข้ามามากเกินควร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผันผวนผิดปกติและกระทบเสถียรภาพในตลาดเงิน

3.มาตรการสนับสนุนผู้ส่งออก ส่งเสริมการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การทำสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า (Forward Contract) รวมถึงพิจารณาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ และจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป

4.ความร่วมมือระดับภูมิภาค ผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน+3 เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยน ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก และสร้างความมั่นใจในระยะยาว

“นี่คือช่วงเวลาที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อรักษาสมดุลของค่าเงินบาทและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถก้าวข้ามความท้าทาย ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคงความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลกอย่างยั่งยืน” องอาจกล่าว