สมาคมไลฟ์สไตล์ ขอแรง ‘ศุภจี’ หนุนไทยฮับกิฟต์อาเซียน ห่วงรัฐเมินเฉยอาจเสียตลาดแสนล้าน
วันที่ 13 กันยายน นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์ฯ ประกอบด้วย 6 สมาคม ได้แก่ สมาคมเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน สมาคมสินค้าตกแต่งบ้านและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย สมาคมเครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงานไทย และสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ จะทำหนังสือขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ หลังจากก่อนหน้านี้รอการเข้าพบนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ซึ่งเมื่อรัฐมนตรีว่าการฯเปลี่ยนจึงต้องทำหนังสือขอเข้าพบอีกครั้ง โดยเตรียมหารือและนำเสนอให้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.สถานการณ์และทิศทางของผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย รวมถึงปัญหาที่ธุรกิจกำลังเผชิญกับการแข่งขันของโลก ทำให้ไทยสูญเสียความเป็นผู้นำตลาด 2.นำเสนอรูปแบบ วิธีการ การจัดงานและการทำตลาดให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และ 3.ขอให้ทบทวนและปรับปรุงระเบียบและเงื่อนไขการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายใหม่ ผ่านโครงการเอสเอ็มอี โปร แอ๊กทีฟ ( SMEs Pro-active) ของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดูแล และ 4.สถานการณ์อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ไทยหลังภาษีตอบโต้ ( Reciprocal Tariff) ของสหรัฐที่ไทยถูกเก็บ 19% และสินค้าสหรัฐเข้าไทยเสีย 0%
“ทั่วโลกกำลังบุกอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ทั้งรูปแบบส่งสินค้าเข้ามาตีตลาด ใช้ศักยภาพไทยจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ ซึ่งกลายเป็นแหล่งชมสินค้าและติดต่อค้าขายแต่ไม่ได้ซื้อสินค้าผลิตในไทยมากเท่าที่ควร ดังนั้น จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการฯคนใหม่ ซึ่งบริหารงานเอกชนมาก่อน จะได้เข้าใจสถานการณ์และมีหลายประเด็นอยากให้รัฐสนับสนุนเพื่อฟื้นไทยเป็นศูนย์สินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะของขวัญของชำร่วยซึ่งไทยเคยเป็นผู้นำจัดงานแสดงสินค้าและแหล่งผลิตป้อนโลก โดยเชื่อว่าหลังภาษีทรัมป์และการเมืองในประเทศมีความชัดเจนแล้ว จะทำให้การค้าและเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งภายในปีหน้า อาจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เป็นต้นไป” นายจิรบูลย์กล่าว
นายจิรบูลย์กล่าวว่า แนวโน้มส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ของขวัญของชำร่วยไทย มีทิศทางดีขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สะท้อนจากเริ่มมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าจากตลาดสำคัญเข้ามาต่อเนื่อง ทั้งสหรัฐตลาดส่งออกใหญ่ของไทย มีสัดส่วนเกือบ 40% ของมูลค่ารวมกลุ่มนี้ ตลาดอาเซียนไม่รวมกัมพูชาและเมียนมาตัวเลขยังบวก ตลาดยุโรปยังดี แต่ที่ต้องจับตาคือญี่ปุ่น ยังตัวเลขเป็นลบ ปัจจัยหลักคือไทยได้รับอานิสงส์จากสหรัฐลดสั่งซื้อจากจีนหันไปซื้อประเทศอื่นแทน รวมถึงไทย ตลาดเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามกลับมาซื้อโตถึง 100% สะท้อนเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวดี เพราะไลฟ์สไตล์เป็นสินค้าฟุ่มเฟื่อยที่ซื้อด้วยความชอบและอารมณ์ และเห็นถึงความนิยมสินค้าไทยของคนเวียดนาม
“ที่เราต้องจับตาคือการปรับตัวของจีนหลังเจอภาษีตอบโต้จีน เชื่อว่ากำลังตั้งหลัก และรัฐบาลจีนน่าจะใช้มาตรการสนับสนุนการเงินช่วยเหลือผู้ส่งออกของจีนดันสินค้าไปทั่วโลก ไทยเองก็ต้องเพิ่มความเข้มงวด และค่าบาทแข็งกระทบมาก อย่างไรก็ตาม โดยรวมคาดว่าทั้งปีนี้ส่งออกกลุ่มนี้ขยายตัวได้ 10% มูลค่า 1,908 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายจากกำแพงภาษีของสหรัฐ และการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ ซึ่ง 6 เดือนแรกปีนี้การส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังไปได้ อย่างสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน เพิ่ม 4.87% ของขวัญ ของชำร่วย และของตกแต่งบ้าน เพิ่ม 27.98% เครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงาน เพิ่ม 14.14% สินค้าของเล่นลดลง 16.16%” นายจิรบูลย์กล่าว และว่า สำหรับตลาดในประเทศน่าขยายได้ 2-3% ตามกำลังซื้อล่วงหน้าขององค์กรต่างๆ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ ดีกว่าปีก่อน โดยมูลค่าตลาดทั้งปีเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หากรวมตลาดในและส่งออกสร้างรายได้เข้าระบบกว่า 1 แสนล้านบาท

