หน้าแรก เศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ ขอค...

ภาคธุรกิจ ขอคิวถก อนุทิน ยื่นข้อเสนอ 8 เดือน ระยะสั้น-ยาว วางรากฐานพลิกฟื้นเศรษฐกิจข้ามปี

13.09.25 | 16:11 น.

ภาคธุรกิจ ขอคิวถก อนุทิน ยื่นข้อเสนอ 8 เดือน ระยะสั้น-ยาว วางรากฐานพลิกฟื้นเศรษฐกิจข้ามปี

วันที่ 13 กันยายน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้ารวบรวมปัญหาภาคธรุกิจที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขและข้อเสนอแนะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ที่สามารถได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมในระยะสั้น (Quick win) ว่า ขณะนี้ได้มีหอการค้าต่างประเทศในไทย และสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศ รวมถึงสมาคมการค้าที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทย ได้จัดส่งแบบสอบถามมายังหอการค้ากลางแล้ว กำลังคัดกรองข้อเสนอ และจัดทำเป็นเอกสาร โดยให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในวันที่ 15 กันยายนนี้ จากนั้นคณะกรรมการจะตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมขอเข้าพบเพื่อหารือในประเด็นต่างๆ

“ข้อเสนอจะทำเป็น 4 เดือนระยะแรกที่เข้าบริหารประเทศ และ 4 เดือนในช่วงเลือกตั้งถึงการจัดตั้งครม.ใหม่ รวม 8 เดือนที่เราเตรียมข้อเสนอ ซึ่งประเด็นหลักๆที่จะนำเสนอคือ เร่งรัดและความต่อเนื่อง ในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ อย่าให้ล่าช้าหรือสะดุด ในระยะ 8 เดือนจากนี้ รวมถึงเจรจาต่อเนื่องทั้งรายละเอียดต่อจากภาษีตอบโต้นำเข้าของสหรัฐ และการเจรจาเอฟทีเอ โดยเฉพาะเอฟทีเอไทย-อียู เราจะเสนอให้เห็นว่า 4 เดือนระยะสั้นควรทำอะไรฟื้นเศรษฐกิจและกำลังใช้จ่าย ระยะต่อไปอีก 4 เดือนจากนั้น ต้องวางฐานอย่างไรที่จะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นใช้จ่ายและเศรษฐกิจกลับมาซึมตัวอีกครั้ง โดยจะขอเข้าพบทันที หลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่” นายพจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันจันทร์ที่ 15 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย ส.อ.ท.ขอฟังนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ของนายกฯ จากนั้น ส.อ.ท. จะรายงานสถานการณ์และเปิดหารือถึงแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมและมาตรการช่วยเหลือ ในประเด็น 1. ความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมไทยและนโยบายการขับเคลื่อนของ ส.อ.ท. ภายใต้นโยบาย 4GO (Go Digital & AI, GO Innovation, GO Global, GO Green) 2. การเตรียมความพร้อมรับมือจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 3. แนวทางการแก้ไขสินค้าทุ่มตลาดและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน 4. การแก้ไขปัญหาสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs 5. แนวทางการแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และ ความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า