หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจชง ควิก...

ธุรกิจชง ควิกวิน อนุทิน ปราบนอมินี สินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ ลดภาษีที่ดิน 50% หั่นค่าโอนบ้านเกิน 7 ล้าน

13.09.25 | 19:31 น.

ธุรกิจชง ควิกวิน อนุทิน ปราบนอมินี สินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ ลดภาษีที่ดิน 50% หั่นค่าโอนบ้านเกิน 7 ล้าน

วันที่ 13 กันยายน นายอธิป พีชานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังให้สมาชิกของสมาคม ส่งประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อผลักดันเป็นนโยบายระยะสั้นหรือควิกวินนั้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 สมาคมฯได้รับข้อเสนอแนะจากสมาชิกแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมและกลั่นกรอง เพื่อเสนอให้นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำเป็นสมุดปกขาวเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

“เรื่องหลักๆ เช่น ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทที่แข็งค่าและมีผลกระทบต่อการส่งออก ,เร่งรัดการเจรจาFTA ,เร่งแก้ปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชา เพื่อให้การค้าชายแดนฟื้นคืนกลับมา ,ค่าแรงขั้นต่ำไม่ให้ปรับสูงขึ้นอีก ,ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% ,ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น คนละครึ่ง เป็นต้น อย่างไรก็ตามในแต่ละเรื่องนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประธานหอการค้าด้วย” นายอธิปกล่าว

นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ได้นำเสนอควิกวินไปยังสภาหอการค้าฯเพื่อรวบรวมทำเป็นสมุดปกขาวเสนอต่อรัฐบาลใหม่พิจารณา

ได้แก่ 1.ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% ในปี 2569 เป็นระยะเวลา 1 ปีหรือรอจนกว่าภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว 2.ขอให้มีความต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้ว เรื่องการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย โดยขยายบทบาทบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ให้ค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยได้ จากเดิมที่ได้หารือกับ บสย. จะค้ำประกันให้กลุ่มอาชีพอิสระ เช่น ยูทูปเบอร์ สถาปนิก วิศวกร ผู้ค้าขายออนไลน์ ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือพ่อค้า แม่ค้า สำหรับการซื้ออสังหาฯเชิงพาณิชย์ได้แล้ว

Advertisement

3.ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2568 อยากให้มีมาตรกระตุ้นอสังหาฯ เช่น ขยายเพดานการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% จากเดิมซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นราคามากกว่า 7 ล้านบาท ,โครงการบ้านดีมีดาวน์ ,ลดภาษีรายได้นิติบุคคลธรรมดา เป็นต้น เพื่อกระตุ้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อในตลาด 4.ตรวจสอบนอมินีต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจอสังหาฯและการก่อสร้าง 5.เร่งการเบิกจ่ายค่าการก่อสร้างที่คงค้าง เช่น ค่าเค 6.ตรวจสอบและควบคุมวัสดุอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพต่ำ

7.ลดขนาดที่ดินในโครงการจัดสรร เช่น บ้านเดี่ยวจากเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 50 ตร.ว.เป็นเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 35 ตร.ว. บ้านแฝด จากเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 35 ตร.ว. เป็นเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 28 ตร.ว บ้านแถวหรืออาคารพาณิชย์ จากเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 16 ตร.ว. เป็นเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 14 ตร.ว. เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและขนาดครอบครัวที่เล็กลง รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถการซื้อที่อยู่อาศัยของครัวเรือนได้มากขึ้น