หน้าแรก เศรษฐกิจ 5 กุญแจปลดล็อ...

5 กุญแจปลดล็อก ศก.ไทยฉุด SME จาก อยู่ยาก อยู่ลำบาก สู่ อยู่ได้ อยู่ดี

17.09.25 | 10:17 น.

GDP กลุ่มประเทศอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับ GDP ประเทศไทยที่ตามรั้งท้ายของ อาเซียน จากข้อมูล GDP ASEAN รายไตรมาส 6 ประเทศ คือ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์และไทย พบว่าตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2566 ประเทศไทยอัตราการขยายตัวต่ำกว่าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียนข้างต้นอย่างต่อเนื่องทุก ไตรมาส ซึ่งไตรมาสล่าสุด Q2/2568 ประเทศไทย GDP ขยายตัวเพียง 2.8% ตามหลังประเทศเวียดนามขยายตัวถึง 8% ประเทศฟิลิปปินส์ 5.5% ประเทศอินโดนีเซีย 5.1% ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย 4.4% ขณะที่การกระจายสัดส่วน GDP SME ไทยต้องเร่งให้เติบโตจาก 35% ของ GDP ประเทศไทยมาตลอดระยะเวลานานให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่ง SME ขนาดย่อยมีสัดส่วน GDP เพียง 3% แต่มีจำนวนผู้ประกอบการถึง 85% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ขนาดย่อม 14% และขนาดกลาง 18% ส่วนที่เหลือ 65% เป็นสัดส่วน GDP ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ การกำหนดเป้าหมายต้องมุ่งเป้าการเติบโต “ดึงห่วงโซ่คุณค่าของเศรษฐกิจฐานราก” ส่งเสริม “ธุรกิจท้องถิ่นสู่สากล” ลงลึกถึงแต่ละขนาดและประเภทธุรกิจเพื่อให้ สะท้อน อุปสรรค ปัญหา ความต้องการที่แท้จริงของ SME ในการปรับเปลี่ยนเร่งการบ่มเพาะให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ

DEBT จากผลการสำรวจของ สสว. ตั้งแต่ Q4/2566 ถึง Q2/2568 พบว่าปัญหาการลดลงของการเข้าถึงแหล่งทุน ในระบบสถาบันการเงินของ SME ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกขนาดและมีการพึ่งพาแหล่งทุนนอกระบบสถาบันการเงินควบคู่ ไปด้วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งสถานการณ์การขยายตัวหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น โดย SME ที่ใช้แหล่งทุน ในระบบสถาบันการเงินมีเพียงร้อยละ 23 SME ใช้แหล่งทุนทั้งในและนอกระบบสถาบันการเงินร้อยละ 46 และ SME ใช้แหล่งทุนนอกระบบเพียงอย่างเดียวร้อยละ 31 อนาคต SME กับหนี้นอกระบบที่จะไหลจากในระบบสู่นอกระบบจำนวน มากเป็น “กับดักใหญ่ของประเทศไทย” ที่หากปล่อยลุกลามจะเกิด “เศรษฐกิจนอกระบบขยายวงกว้าง”

Capability หรือ Efficiency ขีดความสามารถภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเกษตรกับการยกระดับขีดความสามารถของ ประเทศไทย ปี 2024 กับการจัดอันดับของ “IMD” ขีดความสามารถการแข่งขันของโลก ปี 2025 จาก 69 เขตเศรษฐกิจ ประเทศไทยถูกลดอันดับลง จากเดิมอันดับที่ 25 ลงมาอันดับที่ 30 ของโลก ส่วน “WIPO” จัดอันดับประเทศนวัตกรรมโลก โดยประเทศไทยคงเดิมอันดับที่ 41 ของโลกจาก 133 ประเทศ โดยมีปัจจัยด้าน Human Capital and Research อยู่ในอันดับที่ 71 ด้าน “WEF” ยังประเมินปัจจัย ความท้าทายของประเทศไทย 5 เรื่อง คือ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สภาพสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศ น้ำและดิน การขาดแคลนแรงงาน หนี้ครัวเรือน และความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งและรายได้ ทั้งนี้ Global Soft Power Index 2024 จัดอันดับประเทศไทยในอันดับที่ 40 ตามสิงคโปร์ (อันดับที่ 22) และมาเลเซีย (อันดับที่ 35) ในอาเซียน

ประเทศไทยต้องเร่งนโยบายทะลวงเศรษฐกิจไทยที่ตีบตันให้ขยายตัวเติบโตไม่สร้างกับดักให้กับประเทศเราเอง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทันการเปลี่ยนแปลง ยกระดับกำลังคนที่มีความสามารถในการแข่งขันที่เพียงพอ อาจไม่ใช่ปัญหาจากงบประมาณน้อยแต่เป็นเพราะ ขาดยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ที่ทันรองรับและนำการเปลี่ยนแปลงใช้ขยายผลแบบบูรณาการในแต่มาตรการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เราต้องทำให้ถึงพอในการปฏิรูปอย่างจริงจัง ยุทธศาสตร์ “กุญแจ 5 ดอกไขกับดัก SME สู่โอกาสเติบโตอย่าง ยั่งยืน” ใช้งบประมาณน้อยให้ได้ผลลัพธ์มาก

Advertisement

1.กุญแจไขกับดัก “เศรษฐกิจ” ต้องมีทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการลดต้นทุน ลดภาระค่าค่าครองชีพให้ SME แรงงานและประชาชนร่วมด้วย ปลดล็อคกับดักเศรษฐกิจนอกระบบที่สร้างปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้วยการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่ง “ระบอบธรรมนิยม” การสร้างดุลยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อลดความ เหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในการแบ่งปันทรัพยากรอย่างเสมอภาค จำกัดการเข้ามาและเติบโตแบบไม่เป็นธรรมของทุนขนาดใหญ่ ทุนข้ามชาติกินรวบโดยขาดกฎหมายกำกับให้ความเป็นธรรมกับการกระจายโอกาสให้ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย ที่สำคัญการปล่อยให้นอมินีทุนเทาขยายวงกว้างขาดการกำกับ ควบคุม ติดตาม ปราบปรามอย่างมีประสิทธิภาพสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในระบบอย่างมหาศาล การสวมสิทธิเข้าสู่เศรษฐกิจไทยภาคการส่งออกก่อให้เกิด “การเติบโตเศรษฐกิจแบบภาพลวงตา” การมีมาตรการการจูงใจให้ผู้ประกอบการและแรงงานนอกระบบเข้าสู่ในระบบ มาตรการส่งเสริม Local Content และการใช้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ บริการของผู้ประกอบการไทยครอบคลุมถึงการมุ่งเป้าลดการนำเข้าวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์และบริการจากต่างประเทศพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศให้ได้มากที่สุด สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ มาตรการกระตุก กระตุ้น กระชากเครื่องยนต์เศรษฐกิจแบบยั่งยืน ให้เกิดการส่งเสริมกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นควบคู่การพัฒนากำลังคนทั้งเศรษฐกิจฐานราก ภาคการท่องเที่ยวและบริการ ภาคการค้า รวมทั้งภาคการส่งออกที่ต้องเร่งทำ 3 ภาพ คือ “คุณภาพ ผลิตภาพ และภาพลักษณ์” ให้เกิดการสร้าง Branding ของประเทศไทย สินค้า บริการของไทยในเวทีโลกเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างความไว้วางใจและ ความจงรักภักดีกับ “แบรนด์ของไทย หรือผู้ประกอบการไทย” การส่งเสริมเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ GI ที่มีอัตลักษณ์ สมุนไพรและการแพทย์แผนไทยมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างอย่างมีคุณค่า รวมทั้งเร่งเจรจาการค้า FTA ในกลุ่มประเทศเป้าหมายและการส่งเสริมสนับสนุนการเข้าถึง ข้อมูลการใช้ FTA ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อำนวยความสะดวกระบบนิเวศการค้าการลงทุนกับผู้ประกอบการในการขยายตลาดอย่างมีแต้มต่อ โดยสิ่งที่จำเป็นต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ คือ “การพยากรณ์ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI พยากรณ์ความต้องการตลาด สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการผลิตทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม” ด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่จะช่วยลดผลกระทบทั้งปัญหาผลผลิต สินค้าราคาตกต่ำ ล้นตลาดและบริหารจัดการภัยพิบัติธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ลดความเสียหายที่ต้องเยียวยาและซ้ำเติมประชาชนในพื้นที่เดิมทุกปี

2.กุญแจไขกับดัก “หนี้” ปลดล็อกหนี้เรื้อรัง เติมอากาศให้ SME โดยให้กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบภารกิจที่ชัดเจน เชื่อมโยง สร้างกลไกผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลางซึ่งยกระดับ FA Center ของ บสย.ร่วมกับการให้ความรู้ การบริหารจัดการ ทางการเงินและช่วยสร้างให้ SME มีความตระหนักในวินัยทางการเงิน อีกทั้งแก้ไขหนี้เสียร่วมกับหนี้นอกระบบด้วย มาตรการนวัตกรรมทางการเงิน “Refinance หนี้ในและนอกระบบแบบมีหลักประกัน” ให้ SME ที่มีการชำระหนี้ ต่อเนื่องเข้าสู่ในระบบด้วยสินเชื่อนโยบายรัฐ “Soft loan” ลดภาระต้นทุนทางการเงินและสามารถเพิ่มสภาพคล่อง ในส่วนที่ขาดเพิ่มเติม ช่วยให้ SME เข้าสู่ระบบแผนการฟื้นฟูพัฒนาที่มีมาตรการถอดบทเรียน ระบบพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา เพื่อยกระดับขีดความสามารถแบบเบ็ดเสร็จ โดยใช้กลไก “Business Development Service (BDS)” และศูนย์ OSS จังหวัดของ สสว. ที่สำคัญการให้แต้มต่อ SME เข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องมีเงินทุนหมุนเวียน ยกระดับคุณภาพหนี้ครัวเรือนด้วยดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและการบังคับใช้กฎหมายไม่ให้เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ค่าติดตามทวงถามที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกหนี้ นอกจากนั้นการแก้หนี้อื่นๆ ที่ต้องมีกลยุทธ์ควบคู่กัน ไปด้วย อาทิ หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้เช่าซื้อ หนี้บ้าน หนี้ กยศ. หนี้ข้าราชการ หนี้เกษตรกรและ สหกรณ์ เป็นต้น “เชื่อมฐานข้อมูลหนี้” ต่างๆ ที่ยังไม่อยู่ใน NCB เข้ามารวมไว้เพื่อเป็นประโญชน์ในการแก้ไข ออกแบบ มาตรการป้องกันปัญหาหนี้เสียเพื่อให้การจัดการปัญหาครอบคลุมได้ทุกมิติ สร้างความยั่งยืนให้กับระบบ เศรษฐกิจและสังคมไทยที่ไม่ต้องเผชิญ “ความยากจนข้ามรุ่น” หรือ “ความเหลื่อมล้ำ” อีกต่อไป

3.กุญแจไขกับดัก “ฅน” สร้างกองทัพ SME ให้เป็นนักรบเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ด้วยการยกระดับทักษะ สมรรถนะ ขีดความสามารถ ผู้ประกอบการ SME และแรงงานควบคู่กันให้รองรับและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ใช้ทักษะทาง ดิจิทัล-AI การบริหารจัดการทางการเงิน การเรียนรู้ตลอดทุกช่วงวัยที่ติดเขี้ยวเล็บให้กำลังคนทางเศรษฐกิจที่แข่งขัน กับประเทศอื่นๆ ได้ การเป็นผู้ประกอบการและแรงงานที่ขับเคลื่อนด้วยความสร้างสรรค์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการเพิ่มผลิตภาพคนและผลิตภาพทางเศรษฐกิจไทยซึ่งต้องบ่มเพาะเกษตรกรเพื่อยกระดับสู่ “ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร” ที่มีขีดความสามารถสูงเพื่อพัฒนากลไกต้นน้ำเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ร่วมด้วย การปรับใช้ “Live Exchange” หรือตลาด 3 รองมาจาก SET และ MAI เพื่อการส่งเสริมกลไกการระดมทุน การเร่งการเติบโตขยายธุรกิจอย่างมีแผนธุรกิจใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมให้ผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมในเครือข่ายที่ได้ รับการสนับสนุนทุน และ/หรือ การบ่มเพาะที่ดีจาก อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ประเทศไทย (วว.) อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และ Holding Company ของมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น โดยเชื่อมหน่วยงานที่สนับสนุนทั้งด้านมาตรฐาน ดิจิทัลเทคโนโลยีและ AI การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่ใช่ภาษีของ BOI การเชื่อมโยงกลไกส่งเสริมตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นการสนับสนุน Soft loan เพื่อยกระดับเศรษฐกิจนวัตกรรมแข่งขัน ซึ่งประเทศจีนมีการส่งเสริมสร้าง “ยักษ์น้อย” หรือ “Little Giants” ที่สนับสนุนแหล่งทุนต้นทุนต่ำและสิทธิประโยชน์ให้กับ IDEs ในกลุ่มดังกล่าว ขณะที่ประเทศอินโดนีเซียใช้นโยบายพัฒนากำลังแรงงานด้วยกลไกสนับสนุนให้เรียนรู้ปรับทักษะที่จำเป็นต่อการ ทำงานให้ฟรีภายใต้มาตรการ “KARTU PRAKERJA” เพิ่มทักษะ การจ้างงานและรายได้สูงขึ้น เรามีทั้งแพลตฟอร์มไทยมีงานทำ พัฒนาฝีมือแรงงานของกระทรวงแรงงาน และ e-Workforce Ecosystem (EWE) แพลตฟอร์มของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนพัฒนากำลังคนแต่ต้องขยายผลเชื่อมโยงเพิ่มการเข้าถึงร่วมกับ กพร.ปช.และ กพร.ปจ. จะช่วยเร่งส่งเสริมสร้างงานสร้างอาชีพที่มีคุณค่าาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทย

4.กุญแจไขกับดัก “ยั่งยืน” จาก ESG มุ่งสู่พอเพียงสร้างความยั่งยืนด้วยความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อ สิ่งแวดล้อม สังคม และบริหารจัดการด้วยธรรมาภิบาลในทุกระดับของเศรษฐกิจและสังคมไทยเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน ที่แท้จริง สร้าง “พลเมืองยั่งยืน” รองรับระเบียบโลกใหม่ที่การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก การใช้พลังงานสะอาด พลังงานสีเขียว พลังงานทดแทน การคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมจากการ ดำเนินชีวิตและธุรกิจและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเติบโตของชุมชนท้องถิ่น ความเท่าเทียมทางเพศ และการประกอบธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการมี ความพร้อมในการร่วมนำการเปลี่ยนแปลง

5.กุญแจไขกับดัก “รัฐ” ปลดล็อก Analog สู่ Digital Block Chain เพิ่มสมรรถนะบริการภาครัฐ “ทำให้รัฐเป็นทางลัด ของเศรษฐกิจส่งเสริมผู้ประกอบการทุกขนาด” เชื่อมโยงฐานข้อมูลทุกหน่วยงานให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในการ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย มาตรการ โครงการต่างๆ และการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและ ผู้ประกอบการทั้งในและต่างชาติได้เข้าถึง เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก Cloud and Digital Government Service ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดอัตรากำลังคนส่วนเกินภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการบริการแบบครบวงจร อาทิ การขออนุญาตต่างๆ เท่าที่มีความจำเป็น การใช้ฐานข้อมูลร่วมกันของภาครัฐลดภาระประชาชนและผู้ประกอบการ นอกจากนั้นการแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ประกาศต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อปลดล็อกเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และส่งเสริมผู้ประกอบการให้

ความคาดหวังของ SME ไทย ประชาชนคนไทยที่จะมีรัฐบาลใหม่นำพาประเทศไปสู่การเติบโตที่ปลดพันธนาการโซ่ตรวน ทางเศรษฐกิจและสังคม ช่วยกันกระตุกต่อมคิด แก้หนี้ยั่งยืน เร่งฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นเบิกจ่ายงบ มุ่งยกผลิตภาพคน แก้จนขจัดขัดแย้ง แสวงสันติปราบทุนเทาให้ประเทศไทยเรา Scale Up สู่ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ประชาธิปไตยยั่งยืน”