กทพ. เร่งเครื่องพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ-รอไฟเขียวเดินหน้าทางด่วนสายใหม่
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เผยถึงทิศทางการดำเนินงานและแผนการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษในอนาคต มุ่งมั่นยกระดับการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทางและสอดรับกับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ โดยปัจจุบัน กทพ. มีทางพิเศษที่เปิดให้บริการรวม 8 เส้นทาง ระยะทางกว่า 224.6 กิโลเมตร มีปริมาณจราจรเฉลี่ยสูงถึง 1.71 ล้านคันต่อวัน และสร้างรายได้เฉลี่ย 65.61 ล้านบาทต่อวัน (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2568)
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน กทพ. กำลังผลักดันโครงการทางพิเศษเพิ่มหลายโครงการ ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและขั้นตอนการขออนุมัติ เพื่อขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงทั่วประเทศมากขึ้น โดยเริ่มที่ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก: มีความยาว 18.70 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 31,244 ล้านบาท ปัจจุบันมีความคืบหน้าถึง 91.02% และ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา มีความยาว 16.21 กิโลเมตร วงเงิน 24,000 ล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้า 0.66%
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการที่อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติ เริ่มจาก โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต โดย ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ – ป่าตอง โครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ กทพ. ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ปัจจุบันอยู่ระหว่าง ระหว่างคัดเลือกผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการ โดยวางแผนก่อสร้างในช่วงเวลาปี 2569-2572 ส่วน ระยะที่ 2 ช่วง ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ทางกพท. เตรียมนำเสนอเรื่องขออนุมัติดำเนินโครงการร่วมกับงาน PPP O&M ของทั้ง 2 ระยะ ต่อ กระทรวงคมนาคม ภายในเดือนกันยายน 2568
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วน โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (งามวงศ์วาน – พระราม 9) อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ PPP เพื่อพิจารณา ขอความเห็นชอบ การแก้ไขสัญญาฯ ตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และ โครงการทางพิเศษเพื่อแก้ปัญหาการจราจรเชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ 1.โครงการทางพิเศษเชื่อมต่อฝั่งตะวันออก–ตะวันตก ของกรุงเทพฯ ช่วงแยกเกษตร–แยกนัยนา (N1 เดิม) รูปแบบโครงการเป็นทางพิเศษยกระดับและถนนระดับดิน (access control) 4 ช่องจราจร ระยะทาง 12.60 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาความเหมาะสมโครงการ
ส่วนโครงการที่สอง คือ โครงการทางพิเศษสายคลองประปา–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก (N2 เดิม)มีลักษณะเป็นทางพิเศษยกระดับ 4 ช่องจราจร ระยะทาง 6.67 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ และส่งต่อให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินโครงการ
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ โครงการทางพิเศษเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพ – บางนา – อาจณรงค์ (S1) กำลังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือฯ และหารือสัดส่วนการลงทุนค่าก่อสร้างร่วมกัน และ โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอกระทรวงคมนาคมขออนุมัติดำเนินโครงการ
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กทพ. มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ Easy Pass ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนการใช้ Easy Pass ไว้ที่ 70% ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 55.02% (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2568) เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว กทพ. ได้เตรียมกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดที่น่าสนใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่น วันเกิด Easy Pass ซึ่งมอบส่วนลดค่าผ่านทาง 50% และโครงการสะสมคะแนน EXAT REWARD ที่ผู้ใช้ทางจะได้รับคะแนนสะสม 1 คะแนน จากการใช้ทางพิเศษทุกๆ 5 บาท เพื่อนำไปแลกเป็นเงินคืนค่าผ่านทางพิเศษได้ในอนาคต แผนงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กทพ. ในการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะ (SMART EXPRESSWAY) ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ยังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ทางอย่างยั่งยืน

