หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจหนุนรอง...

ธุรกิจหนุนรองผู้ว่า ศก. ชี้โซ่ข้อกลางภาครัฐ-เอกชน วอนแก้ปัญหาเชียงใหม่ 5 เรื่อง ส.อ.ท .จี้ รบ. เร่งควิกวิน 4 เดือนเห็นผลลัพท์

21.09.25 | 06:20 น.

ธุรกิจหนุนรองผู้ว่า ศก. ชี้โซ่ข้อกลางภาครัฐ-เอกชน วอนแก้ปัญหาเชียงใหม่ 5 เรื่อง ส.อ.ท .จี้ รบ. เร่งควิกวิน 4 เดือนเห็นผลลัพท์

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงมุมมองต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างนักการเมือง นักวิชาการ ข้าราชการประจำและผู้บริหารจากภาคเอกชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการวางทิศทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากทั้งในและต่างประเทศ ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่การแข่งขันระดับโลกด้านเทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น สิ่งที่ทุกภาคส่วนคาดหวัง คือ การที่รัฐบาลทำงานอย่างมีเอกภาพ วางนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ระยะเวลา 4 เดือนของการเป็นรัฐบาล ถือว่าท้าทายมากสำหรับการทำงาน จึงต้องการเห็นความร่วมมือ ความตั้งใจจริง และการทำงานเป็นทีมของ ครม. รวมทั้งอยากให้นำ “5 ข้อเสนอเร่งด่วน” ที่ ส.อ.ท.ได้นำเสนอไว้จากการหารือที่ผ่านมา นำไปปรับเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะครอบคลุมหัวข้อดังนี้ 1.การเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐ และสงครามการค้า 2.อยากให้ส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี 3.การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ 4.การรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และ 5.การบริหารจัดการผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

“4 เดือนแรก เราต้องเห็นผลลัพธ์แบบ Quick Win และอีก 4 เดือนถัดมาก็ควรเน้นการประคองให้ต่อเนื่อง โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือ การแปลงนโยบายเป็นการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและชัดเจน หากรัฐบาลสามารถทำได้เช่นนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย” นายเกรียงไกรกล่าว

ด้านนายอุดม สุวิทย์ศักดานนท์ อดีต ส.ว.เชียงใหม่ ในฐานะผู้บริหารบริษัท นิ่มซีเส็ง ขนส่ง 1988 จำกัด ธุรกิจขนส่งรายใหญ่ภาคเหนือ กล่าวสนับสนุนกรณีกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายตั้งรองผู้ว่าฯที่ดูแลด้านเศรษฐกิจว่า เห็นด้วย เพราะมีผู้ดูแลด้านเศรษฐกิจจังหวัดโดยตรง เป็นผู้ประสานงานหรือโซ่ข้อกลาง ระหว่างภาครัฐกับเอกชน เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดช่องว่างหรือความขัดแย้งภายหลัง เพื่อฟื้นฟู กระตุ้น ยกระดับเศรษฐกิจในจังหวัด นำไปสู่การพัฒนา คุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีกว่าเดิม แต่เดิมภาคเอกชน เป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมากกว่าภาครัฐ ทำให้การขับเคลื่อนเป็นไปได้ช้าหรือไม่สมดุล จนเกิดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมในท้องถิ่น หรือชุมชน ดังนั้น ภาครัฐต้องมีนโยบายชัดเจนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับเอกชนแบบคู่ขนาน ไม่ใช่สวนทางกัน หรือต่างคนต่างทำ ส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ รัฐบาลต้องส่งเสริมท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพราะเป็น 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศ ที่เป็นจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างชาติ จัดกิจกรรมท่องเที่ยว 12 เดือนหรือตลอดปี เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด และเศรษฐกิจตกต่ำมากว่า 5-6 ปีแล้ว พร้อมแก้ปัญหาผลผลิตเกษตรตกต่ำ อาทิ ลำไย มะม่วง ลิ้นจี่ อโวคาโด ทำให้เกษตรกรขาดทุน จากค่าแรงค่าปุ๋ย ค่าวัสดุอุปกรณ์ สารกำจัดศัตรูพืชที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนส่ง ที่มีเกษตรกร หรือลูกค้า ใช้บริการลดลงด้วย สรุปอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาเชียงใหม่ 5 เรื่อง คือ ท่องเที่ยว ผลผลิตเกษตรตกต่ำ กิจการขนส่ง และป้องกันอุทกภัยในตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่สร้างความเสียหายในวงกว้าง มีมูลค่านับพันล้านบาท รวมถึงแก้ปัญหาจราจรและระบบขนส่งตัวเมืองเชียงใหม่

Advertisement