เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดฉากงาน “CP Innovation Exposition & Symposium 2025” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Innovate the Future for a Better Tomorrow” ตอกย้ำบทบาทองค์กรแห่งนวัตกรรม (Tech-Driven Company) ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร
โดยงานในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 มีพนักงานจากทุกกลุ่มธุรกิจทั่วโลกส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 3,000 นวัตกรรม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท และผ่านการคัดเลือกกว่า 200 ผลงานขึ้นจัดแสดง ครอบคลุมนวัตกรรม 4 ด้านหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์และบริการ กระบวนการ รูปแบบธุรกิจ และความยั่งยืน ซึ่งมีทั้งผลงานต้นแบบทดลอง (Proof of Concept) และผลงานที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ (Scaling/Commercialization) พร้อมทั้งมีการมอบรางวัล Chairman Awards เพื่อเชิดชูนวัตกรผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในองค์กร จำนวน 82 ผลงาน ครอบคลุมจากหลายบริษัทในเครือ ซึ่งสะท้อนถึงพลังของนวัตกรซีพีจากทั่วโลกกว่า 500,000 คน ที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคต

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เปิดเผยว่า นวัตกรรมคือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม และถือเป็นหนึ่งในคุณค่าหลักของเครือซีพี เพราะการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยทั้งนวัตกรรมและคุณธรรมควบคู่กัน ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการเรียนรู้จากความล้มเหลว และการไม่หยุดนิ่งในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ
นายศุภชัยกล่าวว่า AI คืออนาคต และจะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการสร้างความก้าวหน้าด้านนวัตกรรม ไม่เพียงต่อธุรกิจและอุตสาหกรรม แต่ยังรวมถึงผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ซีพีจึงลงทุนสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างครบวงจร ทั้ง Data Center, Cloud, AI Lab รวมถึงการพัฒนา True Digital Park, Cloud 11 และโครงการใหม่บนถนนสุขุมวิท 50 เพื่อให้เป็น Innovation District ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมในภูมิภาค

“นวัตกรรมที่แท้จริงเกิดจากการไม่หยุดนิ่ง การเรียนรู้จากความล้มเหลว และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้กล้าลอง กล้าคิด และกล้าสร้างสิ่งใหม่ๆ ย้ำว่าแม้บางผลงานจะยังไม่ได้รับรางวัล แต่ทุกความพยายามคือทุนความรู้ที่จะต่อยอดไปสู่นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต” นายศุภชัยกล่าว
บนเวที CP Innovation Exposition & Symposium 2025 ได้มีการมอบรางวัล Chairman Awards แก่สุดยอดนวัตกรที่สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมผ่านเข้ารอบสุดท้าย โดยผลงานนวัตกรรมเหล่านี้เป็นผลงานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมถึง 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งภายในงานมีการคัดเลือกผลงานมาจัดแสดงทั้งสิ้น 216 ผลงาน โดย บจก.เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPG) ได้รับ 2 รางวัล บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) 37 รางวัล บมจ.ซีพีออลล์ (CP ALL) 16 รางวัล บมจ.ซีพีแอ็กซ์ตร้า (CP AXTRA) 3 รางวัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (True) 5 รางวัล บจก.เจียไต๋ 2 รางวัล กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ (CPCRT) 2 รางวัล บจก.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป (PCG) 1 รางวัลกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ สาธารณรัฐประชาชนจีน 13 รางวัล กลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 1 รางวัล รวมทั้งสิ้น 82 รางวัล
แบ่งผลงานนวัตกรรมการประกวดออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ, นวัตกรรมเชิงกระบวนการการพัฒนากระบวนการผลิต, การจัดการโครงสร้างต้นทุนแบบใหม่ และนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่างผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล Chairman awards มีดังนี้
1.หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน จาก บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยพัฒนาขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสรังสีของบุคลากรทางการแพทย์ โดยออกแบบหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนผ่านห้องผนังนิกเกิล ส่งยา ตรวจติดตาม และปฏิบัติงานแทนบุคลากร ลดการปนเปื้อนรังสีต่อผู้ปฏิบัติงานจาก 7.6 เหลือ 0.4 หน่วย นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับความปลอดภัยของบุคลากร แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการผู้ป่วย และขยายผลสู่โรงพยาบาลอื่นๆ
2.iTrace for CPALL นวัตกรรมดิจิทัลสู่โลกการเกษตรตลอด Supplychain จากซีพีออลล์ กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซีพีออลล์จำหน่าย “กล้วยหอมทองพร้อมทาน” ในเซเว่นฯ กว่า 15,000 สาขา ยอดขายกว่า 400,000 ลูกต่อวันแต่ยังพบปัญหาสินค้าขาดหรือล้นตลาด ขาดระบบติดตามและวางแผนการปลูกของเกษตรกร 1,800 ราย และ SME 24 ราย ทางซีพีออลล์จึงพัฒนาระบบ iTrace for CPALL เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลบริหาร Supply Chain เกษตร ตั้งแต่การปลูกจนถึงตลาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยอดขาย กำไร และสร้างความยั่งยืน พร้อมตรวจสอบย้อนกลับทุกขั้นตอนเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
3.โมเดลธุรกิจบูรณาการแนวดิ่ง (Vertical Integration Business Model) ผ่าน Maxzi จาก บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร-โลตัส) แบรนด์ร้านอาหารที่เชื่อมโยงครบวงจรกับซัพพลายเชนของตนเอง Maxzi นำเสนอเนื้อพรีเมียมแบบ Clean-Label ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยอาศัยการจัดหาวัตถุดิบโดยตรง นวัตกรรมนี้ได้นำระบบโลจิสติกส์แบบศูนย์กลางมาตรฐานการดำเนินงาน และการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเข้ามาใช้ในปี 2567 Maxzi ผลิตเบอร์เกอร์ได้ 26,000 ชิ้นต่อเดือน ได้คะแนนความพึงพอใจลูกค้า 4.7/5 สร้างรายได้คิดเป็นร้อยละ 9 ของยอดขายรวม
4.ไข่ไก่ Cage Free ปลอดคาร์บอน จาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เป็นไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติในโรงเรือนระบบปิดขนาดใหญ่ มีสภาพแวดล้อมจัดการสอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ อาทิ มีคอนสำหรับเกาะพักผ่อน มีวัสดุปูรองเพื่อใช้สำหรับคุ้ยเขี่ย ใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยในปี 2567 มีกำลังผลิต 33 ล้านฟอง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ Cage Free นี้ยังได้รับการรับรองขึ้นทะเบียน “ฉลากคาร์บอนนิวทรัล” นับเป็นไข่ไก่เคจฟรีปลอดคาร์บอนรายแรกของภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ ยังจัดให้มี “พิธีลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนเครือข่ายนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีพันธมิตรชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ ทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน เกือบ 30 องค์กรร่วมลงนาม ได้แก่ Alltech, Novonesis, IBM Thailand, Tencent Cloud, Unitree Robotics, Galaxy Space, ZTE Thailand, Huawei Thailand, Xi Xiang, Qiao Yin Group, Clobotics, AlgoSynth, Tcab Tech, Salus Biomed & GibThai, Muhdo Health, World Tech Enterprise, Lifomics, Cloudpick, Nuralogix, TechShake, Yawin, Shanghai Zixing Biotechnology Co., Ltd., โชว์ไร้ขีด (BT beartai), Techsauce, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รวมถึงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำของไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Harbour.Space แห่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถือเป็นการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้งในระดับองค์กร ระดับประเทศ และระดับสากล
ด้าน นายธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่คือการรวมพลังเพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ต่อยอดงานวิจัย สนับสนุนการเกิดสตาร์ตอัพ และ Spin-off เพื่อสร้าง S-Curve ใหม่ที่จะยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศไปสู่เวทีโลก โดยมี CP-Center of Excellence (CoE) ศูนย์กลางด้านวิจัยและพัฒนาที่เป็นฐานรากของการสร้างนวัตกรรมใน 3 สาขา 1.Bio-Tech Lab 2.Digital & AI Lab และ 3.Data Center & Cloud CoE
นายธีระพลกล่าวว่า CP Innovation Exposition & Symposium 2025 คือเวทีแห่งการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ โดยครั้งนี้จะมีเวทีเสวนามากกว่า 30 เซสชั่น ที่รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นำด้านเทคโนโลยีจากองค์กรระดับโลกกว่า 60 คน อาทิ Google Cloud, Microsoft, AWS, Huawei, Tencent, ByteDance, McKinsey & Company รวมถึงนักวิชาการจาก MIT และผู้บริหารระดับสูงจากไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI, Robotics, Green Technology และ Biotechnology ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญของเศรษฐกิจโลกในศตวรรษหน้า

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง Technology Showcase อีกมากมาย อาทิ การรวมกองทัพหุ่นยนต์และเทคโนโลยี AI มากที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ สุนัขหุ่นยนต์ การแสดงหุ่นยนต์ชกมวยจาก Unitree ไปจนถึงวิดีโอสาธิต AI and Robot Kitchen จาก XI XIANG และโดรนโดยสารไร้คนขับจาก Tcab Tech ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน และสะท้อนวิสัยทัศน์ของซีพีในการเชื่อมโยงโลกอนาคตเข้ากับชีวิตจริง
ดังนั้น CP Innovation Exposition & Symposium 2025 จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงานนวัตกรรม แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงคน เทคโนโลยี สังคม เข้าด้วยกัน ตอกย้ำบทบาทของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะองค์กรไทยที่พร้อมแข่งขัน และยืนหยัดเข้าสู่ศตวรรษที่สองขององค์กรอย่างมั่นคงบนเวทีโลก

