หน้าแรก เศรษฐกิจ การบินไทย แนะ...

การบินไทย แนะ รัฐขายหุ้นลดบทบาทการบริหาร หวั่น “การเมือง” เข้าล้วงลูก

24.09.25 | 18:21 น.

การบินไทย แนะ รัฐขายหุ้นลดบทบาทการบริหาร หวั่น “การเมือง” เข้าล้วงลูก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานราชเสวนา “โจทย์ใหม่ การบินไทย เดินต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย” ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร โดยมีผู้บริหารร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงทิศทางสายการบินแห่งชาติ

นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตกรรมการ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยก่อตั้งเมื่อปี 2503 ฝ่าฟันวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง แต่หลังการเปิดเสรีการบินปี 2547 และการแข่งขันจากสายการบินโลว์คอส ทำให้เกือบ 20 ปี การบินไทยทำกำไรเพียง 3 ปี แม้รายได้สูงกว่า 2 แสนล้านบาท แต่กำไรหลักไม่ถึงร้อยล้านบาท กระทั่งปี 2019 ที่ทั่วโลกมีกำไร แต่การบินไทยกลับขาดทุนหมื่นกว่าล้านบาท ทั้งที่มีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร 80% ซึ่งหากไม่ถึง 90% แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกำไร

นายบรรยง กล่าวว่า อย่างไรก็ดี วิกฤตโควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะบีบให้รัฐบาลตัดสินใจนำการบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลาย เกิดการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ตลอด 5 ปี จนสามารถพลิกจากบริษัทที่ขาดทุนหนักที่สุดในโลก กลับมาเป็นสายการบินที่มีกำไรสูงสุดติดต่อกัน 2 ปี ซึ่งนายบรรยงยกให้เป็น “เคสระดับโลก” และย้ำว่าบทบาทสำคัญในการปกป้องการบินไทยคือประชาชนและสื่อมวลชน

นายบรรยง กล่าวว่า ตนเสนอว่า การบินไทยสามารถฟื้นได้เพราะไม่เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ไม่ต้องติดขั้นตอนราชการและการแทรกแซงจากนักการเมือง พร้อมเสนอให้รัฐบาลขายหุ้นที่เหลือทั้งหมด เพื่อปลดล็อกปัญหาการเมืองล้วงลูก และเป็นตัวอย่างว่าหากเตรียมพร้อม รัฐวิสาหกิจก็สามารถแข่งขันในตลาดเสรีได้ ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ

Advertisement

ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการ และอดีตประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้การบินไทยจะไม่กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือหากกรรมการที่ขาดคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามามีบทบาท ก็อาจทำให้องค์กรกลับไปมีพฤติกรรมแบบเดิม ทั้งการแต่งตั้งโดยเส้นสายและการทุจริต ซึ่งจะทำให้องค์กรอ่อนแอและชะลอการตัดสินใจในธุรกิจที่แข่งขันสูง

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันทีมผู้บริหารที่สานต่อจากแผนฟื้นฟูคือกลุ่มที่มีความสามารถสูงและเข้าใจธุรกิจการบิน แต่หากถูกกดดันหรือขัดขวางจากคนที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้องค์กรสูญเสียความคล่องตัว รัฐบาลจึงต้องใจกว้างและคัดเลือกกรรมการที่เหมาะสมกับธุรกิจการบินระดับโลก

ขณะที่ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ โดยหันมาใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ ดึงผู้โดยสารเชื่อมต่อการบินผ่านประเทศไทย จากเดิมมีสัดส่วนเพียง 6% ปัจจุบันเพิ่มเป็น 22% ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2 และ 3 ที่เคยขาดทุน กลับมาทำกำไรต่อเนื่อง

นายชาย กล่าวว่า การบินไทยได้เริ่มลงทุนใหม่ในฝูงบิน โดยจัดหาแอร์บัส A321neo และเครื่องบินลำตัวกว้างเพิ่มเติมในอีก 2 ปีข้างหน้า พร้อมเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรใหม่ภายใต้ค่านิยม “Agility, Integrity, Mastering of Customer” เพื่อสร้างการตัดสินใจที่รวดเร็ว ซื่อสัตย์ และใส่ใจลูกค้า

นายชาย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือทัศนคติ หากกลับไปติดกับการตัดสินใจล่าช้าแบบเดิม องค์กรจะสูญเสียโอกาส แต่ถ้ารักษาความคล่องตัวและยึดมั่นในยุทธศาสตร์ การบินไทยก็มีศักยภาพที่จะเดินหน้าอย่างยั่งยืน