อรมน กางผลงาน 2 ปี กับ ภารกิจการพัฒนาเอสเอ็มอี ก่อนโยกดูงานทรัพย์สินทางปัญญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปลายเดือนกันยายน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของข้าราชการที่อายุครบ 60 ปี ขณะเดียวกันจะมีข้าราชการใหม่มาทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการไป
หนึ่งในการโยกย้ายสำหรับกระทรวงพาณิชย์ คือ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โยกไปนั่งตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทดแทน นางสาวนุสรา กาญจนกูล อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่เกษียณอายุราชการ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เล่าว่า ตลอด 2 ปี หรือระหว่างปี 2567-2568 ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คนที่ 30 ได้วางกรอบการทำงาน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.ปรับใช้เทคโนโลยีนำไปสู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ 2. สร้างบริการดิจิทัลอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจและประชาชนที่ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และ 3.บูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนในทุกภารกิจเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้สำเร็จ เพื่อตอบโจทย์ภารกิจ 3 ด้านของกรมฯ คือ 1.การจดทะเบียนและบริการข้อมูลนิติบุคคล 2. การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ 3.สร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้านทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และต้องแสวงหาทุกโอกาสเพื่อขับเคลื่อนกรมฯ ให้ก้าวสู่การเป็นหน่วยงานภาครัฐชั้นนำด้านการบริการเพื่ออำนวยความสะดวกภาคธุรกิจและประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง
สำหรับตลอด 2 ปี มีผลการดำเนินงานที่สำคัญและโดดเด่นแต่ละด้าน ดังนี้
ด้านที่ 1 การจดทะเบียนและบริการข้อมูลธุรกิจ มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนงานให้บริการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้รับบริการ ลดภาระการเดินทาง และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ โดยมีการพัฒนางานบริการ อาทิ ให้บริการระบบจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด (e-PCL) ลดเวลาให้บริการ 50% จากเดิม 2 ชั่วโมงต่อ 1 คำขอ เป็น 1 ชั่วโมง เพิ่มฟีเจอร์การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบขอหนังสือรับรองนิติบุคคล (e-Service)
โดยปี 2566 มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือน 166,408 ราย ปี 2567 เฉลี่ย 260,122 ราย ปี 2568 ถึงเดือนสิงหาคม เฉลี่ย 304,405 ราย เปิดให้บริการระบบขออนุญาตและขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (e-Foreign Business)ครบ 100% เปิดให้บริการระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) 24 ชั่วโมง และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 1 งานบริการ ได้แก่ ระบบจดทะเบียนการค้าและหอการค้า (e-TACC) เพิ่มช่องทางยื่นจดทะเบียนสมาคมการค้าและหอการค้า จะเปิดให้บริการปี 2569 อีกทั้งให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ BDEX กับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ จำนวน 8 ชุดข้อมูล กับ 177 หน่วยงาน และ 4 ชุดข้อมูลกับเอกชน 19 หน่วยงาน พร้อมประกาศยกเลิกการเรียกเอกสารนิติบุคคล 3 รายการ ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการมากกว่า 7,100 ล้านบาทต่อปี และมีแผนขยายผลครบทุกหน่วยงานปี 2569 ถือเป็นการเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการผ่านระบบดิจิทัลของกรม จาก 68% ปี 2566 เป็นกว่า 82% ปี2568
ด้านที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ โดยเฉพาะ SME เน้นพัฒนาองค์ความรู้และแนวโน้มการตลาด กระตุ้นให้ใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีศักยภาพ โดยมีธุรกิจเป้าหมาย 12 กลุ่ม ป คือ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ธุรกิจ e-Commerce MOC Biz Club ธุรกิจครอบครัว ธุรกิจร้านอาหารเคลื่อนที่ หอการค้า/สมาคมการค้า ธุรกิจชุมชน ซึ่งปี 2567 – 2568 มีผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนากว่า 98,000 ราย ผลงานเด่น เช่น พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทย 545 ธุรกิจ 60,497 สาขา สามารถขยายสาขาไปต่างประเทศ 48 ธุรกิจ ใน 31 ประเทศ ส่งเสริมร้านค้าออนไลน์ได้รับเครื่องหมายรับรอง DBD Registered 121,732 ร้านค้าออนไลน์ ส่งเสริมสินค้าชุมชน Digital Village by DBD จำนวน 116 ชุมชน ใน 60 จังหวัด รวมถึงสร้างโอกาสธุรกิจสุขภาพและความงาม ส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยผ่านมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ส่งเสริมการนำทรัพย์หลักประกันเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งเสริมเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ที่มีสมาชิก 14,998 ราย มีเป้าหมายครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศปี 2570 เป็นต้น
ด้านที่ 3 สร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เน้นการปราบปรามและดำเนินคดีในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเป็นนอมินีสูง ใน 6 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจ e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า ธุรกิจโรงแรม/รีสอร์ท ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (ล้ง) และ ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป ตั้งแต่ 1 กันยายน 2567 – 31 สิงหาคม 2568 หน่วยงานต่างๆได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิด 873 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 15,587 ล้านบาท เพิ่มความเข้มงวดจดทะเบียนนิติบุคคล โดยเชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงิน (HR-03)จากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) จัดทำระบบการตรวจเช็คสถานที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคล เป็นมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานิติบุคคลบัญชีม้าและนอมินี เป็นต้น รวมถึ
ส่งเสริมธรรมาภิบาลธุรกิจ และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ 10 ฉบับให้มีความทันสมัย เป็นต้น
” ขอบคุณภาคธุรกิจและประชาชนผู้ใช้บริการทุกท่าน หน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นอย่างดีเสมอมา และขอส่งกำลังใจให้บุคลากรกรมฯ ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจกันทำงานและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติต่อไป ” นางอรมน กล่าว

