หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.ท่องเที่ยว ...

ส.ท่องเที่ยว หนุนควิกวิน เสนอแนวทางต่อยอดยุทธศาสตร์ 11 ด้าน พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

26.09.25 | 12:34 น.

ส.ท่องเที่ยว หนุนควิกวิน เสนอแนวทางต่อยอดยุทธศาสตร์ 11 ด้าน พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย ( ATTM ) และคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายอนุทิน 1 มียุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมเกือบทุกมิติ ซึ่งในส่วนของ ATTM มีข้อเสนอ ได้แก่

1. ด้านเศรษฐกิจ 1.1 เพิ่มสภาพคล่องให้กับ SME และผู้ประกอบการรายย่อย 1.2. เพิ่มรายได้ โดยมีนโยบายส่งเสริมทั้งการพัฒนาคน สินค้า สื่อดิจิตอล และช่องทางการตลาดทั้ง Online และ Offline

2. ด้านความมั่นคง 2.1 ควรเพิ่มทีมเศรษฐกิจเข้าไปช่วยในการฟื้นฟูธุรกิจท้องถิ่น 2.2 เพิ่มทีมดิจิตอลเข้าไปช่วยด้านการสื่อสาร Social Media และ Cyber security

3. ด้านสิ่งแวดล้อม 3.1 ป้องกันและปราบปรามการเกิด PM2.5 อย่างเด็ดขาด เนื่องจากส่งผลทั้งสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจการท่องเที่ยว 3.2 ส่งเสริมเศรษฐกิจยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านองค์ความรู้ ทุน และเทคโนโลยี ที่เข้าถึงได้จริง

4. ด้านสาธารณสุข4.1 แก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาล และยาแพงในโรงพยาบาลเอกชน 4.2 แก้ปัญหาประกันสุขภาพทั้งระบบ ตั้งแต่ประกันสังคม / 30 บาทรักษาได้ทุกโรค / ประกันสุขภาพข้าราชการ และที่สำคัญคือการประกันสุขภาพแบบจ่ายเอง ที่มีปัญหาทั้งเรื่อง การขี้นค่าเบี้ยและยกเลิกสัญญาแบบไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบประกันอื่นหากไม่ได้รับการแก้ไขทันที

Advertisement

นอกจากนี้ควรเพิ่มอีก 2 มิติที่สำคัญคือ

1. ด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ Quick Win ที่สุด และกระจายรายได้ Deep ที่สุด ได้แก่ 1.1 ควรวางยุทธศาสตร์ 4+4+8 เดือน ทั้ง สั้น-กลาง-ยาว เพื่อทั้งพัฒนาและกระตุ้นตลาดไปจนถึง Low-High Season หน้า ไม่มองแค่ Quick-win 1.2 ยกระดับด้านความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งด้านการสื่อสาร การออกกฏหมายที่ทันสมัย ไม่เป็นอุปสรรค บังคับใช้จริง และการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน 1.3 ด้านท่องเที่ยวยั่งยืน ปัจจุบันโรงแรมไทยยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก เช่น GSTC ในอัตราที่ต่ำกว่า 1% อาจเกิดความเสี่ยงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดวูบอย่างรวดเร็ว ควรมี Growth Hacking แบบทั้งประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ Sandbox สำหรับ

2. ด้านดิจิตอล ได้แก่ 2.1 ออกนโยบายสนับสนุน Tech Startup / eCommerce / OTA ของไทย ให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ทั้งด้านภาษี ทุน และการสนับสนุนทางการตลาด และ 2.2 ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย ใช้เครื่องมือดิจิตอลทััง AI / Chatbot / eCommerce / ePayment ให้เป็นพื้นฐานของทุกธุรกิจ

นายกิตติ กล่าวว่า ด้วยระยะเวลาที่สั้น แต่ต้องแก้วิกฤตหลายๆด้านพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาประเทศไปอีก 8 เดือน รัฐบาลควรเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานดังนี้

1. Digital Government Warroom ช่วย Monitor และ Report ความก้าวหน้าและอุปสรรคในทุกยุทธศาสตร์ที่วางไว้ในกรอบ 120 + 60 วัน 2. ตั้ง Think Tank เชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญ ทีมละ 30 คน มาช่วยรัฐมนตรี ร่วมคิดและให้คำปรึกษาในยุทธศาสตร์ทั้ง 11 ด้าน 3. ประชุม ครม. เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 2 ครััง เพื่อเพิ่มความรอบคอบและรวดเร็วในการบริหารและตัดสินใจ

“หากได้ทั้ง 3 ข้อนี้ประกอบการ คณะรัฐมนตรี 4+4 เดือน ที่มี Effort x 2 และ มี Efficiency x 2 น่าจะสามารถสร้างผลงานเชิงประจักษ์ได้ไม่น้อยกว่า รัฐบาลที่มีอายุ 2-3 ปีในอดีต เพราะไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจ และรอคอยข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเหมือนในอดีต” นายกิตติ กล่าว