หน้าแรก เศรษฐกิจ แย้มวงเงิน &#...

แย้มวงเงิน ‘คนละครึ่ง’ รายละ 2-2.4 พันบาท รบ.ช่วยจ่าย 200 ต่อวัน-สแกนสปา-วินจยย.ได้

27.09.25 | 06:25 น.

แย้มวงเงิน ‘คนละครึ่ง’ รายละ 2-2.4 พันบาท รบ.ช่วยจ่าย 200 ต่อวัน-สแกนสปา-วินจยย.ได้

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการแถลงนโยบายสัปดาห์หน้าว่า จะมีการพิจารณาเรื่องงบประมาณปี 2568 ว่าจะต้องดำเนินการอะไร เมื่อถามว่าส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า ไม่ใช่ทั้งหมด ขณะนี้สำนักงบประมาณกำลังดูอยู่
เมื่อถามว่าโครงการคนละครึ่งจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด นายเอกนิติกล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ ขณะนี้กำลังเตรียมการอยู่

เมื่อถามว่าโครงการคนของรัฐบาลอนุทิน จะมี 2 เฟสใช่หรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า คิดว่ากำลังดูอยู่
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเฟสแรก จะให้สิทธิ 33 ล้านคน แบ่งเป็น 1.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน รัฐบาลจะเติมเงินให้อีก 1,700 บาท จากเดิมให้อยู่แล้ว 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาท โดยจะเติมให้ครั้งเดียวและใช้ได้ 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 โดยกลุ่มนี้จะใช้จ่ายตามวงเงินที่ซื้อจริง ไม่ใช่ 50:50 2.ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี 9 ล้านคน รัฐจ่ายให้คนละ 2,000 บาท ใช้จ่ายใน 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 โดยใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน 3.ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี 11 ล้านคน จะได้เงินคนละ 2,400 บาท ใช้จ่ายใน 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 ใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน กลุ่มนี้เป็นผู้เสียภาษี รัฐจึงให้มากกว่าประชาชนทั่วไปจาก 2,000 บาท เป็น 2,400 บาท แต่ใช้จ่าย 50:50 เหมือนกลุ่มประชาชนทั่วไป

“กลุ่มผู้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีและอยู่ในระบบภาษีนี้ หลักการใช้จ่ายต่อวัน รัฐจ่ายให้ 200 บาท ผู้ได้สิทธิจ่ายเองอีก 200 บาท เท่ากับเป็นการใช้จ่ายต่อวัน 400 บาท เช่น ซื้อพิซซ่า 500 บาท รัฐจ่ายให้ 200 บาท ที่เหลือ 300 บาทก็จ่ายเอง เป็นต้น แต่ถ้ายังใช้ไม่หมดในวันนั้นก็สามารถเก็บไปใช้วันอื่นได้ เพราะเราให้เวลาใช้ 2 เดือน คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ โดยให้เวลาลงทะเบียนประมาณ 7 วัน ผู้ที่เข้ามาตรการต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และได้สิทธิทุกคน คาดว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป” นายสิริพงศ์กล่าว

นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับประเภทสินค้าที่ไม่สามารถใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งได้จะเหมือนครั้งที่ผ่านมา อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หนังสือ สามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม อาหาร ของใช้จิปาถะ จ่ายค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ รวมถึงยังนำไปใช้จ่ายนวดสปา นวดเท้า ทำผม ทำเล็บ เสริมสวยได้ด้วยเป็นรายการเพิ่มเข้ามา

Advertisement

นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 2 นั้น รัฐบาลดำเนินการอย่างแน่นอน คาดว่าจะเริ่มหลังจบเฟสแรกไปแล้วคือหลังเดือนธันวาคมนี้ อาจจะเป็นเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 แต่ยังไม่สรุปชัดเจน รอกระทรวงการคลังทำรายละเอียดโครงการและงบประมาณที่จะนำมาดำเนินการด้วย ทั้งนี้แนวคิดเบื้องต้นคืออาจจะเน้นกลุ่มที่เสียภาษี และคนที่ได้สิทธิเฟสแรกไปแล้ว ก็ยังมีสิทธิที่จะได้เฟส 2 ด้วย แต่อาจจะมีเงื่อนไขการให้สิทธิเพิ่มเติม เช่น ร้านค้าจะต้องอบรมขายผ่านออนไลน์ เป็นต้น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับนายอนันต์แก้วกำเนิดผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ รวมถึงได้ปรึกษากับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงการใช้งบประมาณ ปี 2568 ที่จะสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนนี้ ว่ามีงบเหลืออยู่ 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกลางสำรองฉุกเฉิน และอีกส่วนจะนำไปใช้ในโครงการคนละครึ่งเฟสแรก โดยจะให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อน ประมาณ 13 ล้านคน วงเงินประมาณ 22,000 กว่าล้านบาท โดยจะให้เพิ่มเติมจากเดือนละ 300 บาท เพิ่มเป็น 2,000 บาท นอกจากนั้นจะเป็นกลุ่มบุคคลทั่วไป รวมไปถึงจะใช้งบประมาณในปี 2569 มาเพิ่มเติมประมาณ 25,000 ล้านบาท ส่วนอื่นจะเป็นของหน่วยงานที่ขอเข้ามา อาทิ หน่วยงานทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 500-700 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบประมาณรายจ่ายประจำ ที่ตั้งไว้อย่างเงินเดือนข้าราชการประมาณ 3,000 ล้านบาท และยังเป็นงบประมาณในส่วนที่อนุมัติโครงการไปแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการ ก็จะนำงบดังกล่าวมาใช้เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มีในส่วนที่ค้างท่ออยู่ประมาณ 1,580 ล้านบาท

นายภราดรกล่าวว่า น่าจะเหลือเงินงบประมาณปี 2558 ที่ยังค้างท่อ ประมาณ 3.5 หมื่นล้านจะนำไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่รัฐบาลเก่าก่อหนี้ไว้ รวมถึงโครงการพักหนี้เกษตรกร
เมื่อถามว่าโครงการคนละครึ่งเฟสแรกเริ่มช่วงใด นายภราดรกล่าวว่า คาดว่าในช่วงต้นเดือนตุลาคมน่าจะได้เริ่มโครงการแล้ว ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเร่งดำเนินการพูดคุยกับ ครม.