หน้าแรก เศรษฐกิจ จุดพลุยาก! เอ...

จุดพลุยาก! เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่มีกาสิโน ใครจะมาลงทุน?

27.09.25 | 22:27 น.

จุดพลุยาก! เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่มีกาสิโน ใครจะมาลงทุน?

นับถอยหลังวันที่ 29-30 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

หนึ่งในนโยบายที่แถลงและน่าจับตา คือปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ไม่สนับสนุนให้มีการประกอบธุรกิจการพนันทุกชนิดให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ไม่สนับสนุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีธุรกิจการพนัน รวมถึงการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬา อาทิ โป๊กเกอร์ และจะดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติการพนันและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้ได้มากที่สุด

เท่ากับว่า “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และกาสิโนถูกกฎหมาย” โปรเจ็กต์เรือธงของรัฐบาลเพื่อไทยมาถึงทางตัน หลังโหมโรงและมีนักลงทุนไทยและต่างชาติแสดงความสนใจอย่างคึกคัก ไม่ว่า Las Vegas Sands Corporation, Wynn Resorts ,Caesars Entertainment ,MGM China Holdings Limited ,Hard Rock International ,กลุ่มMelco Resorts & Entertainment

โดยก่อนหน้านี้ “รัฐบาลเพื่อไทย” ประกาศเดินหน้าแน่ พร้อมเปิดพิกัด 5 พื้นที่เป้าหมาย อยู่ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง พัทยา 1 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง และเชียงใหม่ 1 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนแห่งละ 50,000-100,000 ล้านบาท รอแค่ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนถูกกฎหมาย ผ่านคณะรัฐมนตรีและที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถผลักดันให้ถึงฝั่งได้ ไม่ใช่แค่เพราะ “รัฐบาลผลัดใบ” สู่รัฐบาลภูมิใจไทย แต่เป็นเพราะก่อนหน้านี้ก็มีเสียงค้านมากกว่าเสียงหนุน แม้ว่า “รัฐบาล” พยายามจะชี้แจงว่าโครงการมี “กาสิโน” แค่ 10% ก็ตาม

Advertisement

ส่วน เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์สูตรไม่มีกาสิโน ที่รัฐบาลอนุทินสนับสนุนจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ยังคงเป็นคำถามที่ยังตอบได้ยาก เพราะประเทศไทยไม่เคยมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ยักษ์มาก่อน

ก่อนหน้านี้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงประเด็นไม่ต้องมีพื้นที่กาสิโนในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ได้หรือไม่ว่า

“โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นโครงการที่รัฐบาลไทยไม่ได้คิดเอง แต่เป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบหนึ่ง ที่ทำให้กาสิโนมีความจำเป็น หากตัดกาสิโนออกไปจะทำให้โครงการของไทยไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ดึงดูดการลงทุนยาก เพราะถ้าแค่สนามกีฬา คงไม่มีใครอยากมาลงทุนสร้างแน่นอน”

สอดคล้องกับ “วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) ทายาทเจ้าพ่อสวนสยาม กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลชุดใหม่ที่จะไม่หนุนเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีการพนันนั้น คงต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้งหลังมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันมีระยะเวลาเพียง 4 เดือนและรักษาการต่ออีก 4 เดือน จึงมองว่าน่าจะเป็นแนวทางในช่วงนี้เท่านั้น ซึ่งโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นโครงการขนาดใหญ่ ลงทุนสูง และยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ คงต้องใช้เวลาในการดำเนินการ

“วุฒิชัย” ย้ำด้วยว่า โครงการน่าจะเกิดยาก ถ้ารัฐบาลไม่มีนโยบายสนับสนุนกาสิโนหรือการพนันถูกกฎหมาย เนื่องจากจะไม่มีจุดดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนหรือเข้ามาท่องเที่ยวได้ การที่มีเฉพาะเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์การค้า เป็นต้น ต้องคิดรูปแบบให้เป็นจุดเด่นและตอบโจทย์ให้มากขึ้น เพราะการแข่งขันสูง จำเป็นต้องมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา ขณะที่นักลงทุนที่จะลงทุนอาจจะต้องคิดหนัก

“ขณะนี้พาร์ตเนอร์เราที่ทำธุรกิจด้านกาสิโนก็ได้สอบถามเข้ามาบ้าง หลังเปลี่ยนรัฐบาล แต่เรายังตอบอะไรมากไม่ได้ เพราะนโยบายรัฐก็ยังไม่ชัดเจน ต้องรอดูปีหน้าหลังมีรัฐบาลใหม่ ในส่วนของสวนสยามถ้าสุดท้ายโครงการไม่มีกาสิโน ก็คงต้องมาดูว่าจะทำเองหรือหาพาร์ตเนอร์อื่น ซึ่งเรามีแผนจะพัฒนาเพิ่มเติมในพื้นที่บางกอกเวิลด์เดิมอยู่แล้ว หากรัฐบาลมีนโยบายชัดเจน เราคงต้องมาปรับรูปแบบการพัฒนาโครงการต่อไป”วุฒิชัยกล่าว

ด้าน”อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่รัฐบาลชุดก่อนมีแผนจะลงทุน เนื่องจากจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อีกทั้งยังเป็นการนำธุรกิจใต้ดินมาอยู่บนดิน เพิ่มรายได้ให้กับประเทศ เหมือนกับที่หลายประเทศทำสำเร็จมาแล้ว เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ล่าสุดประเทศเวียดนามก็ประกาศจะลงทุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แล้ว ถ้าประเทศไทยไม่ดำเนินการอาจจะทำให้เสียโอกาสไปได้

“รัฐบาลใหม่อาจจะดำเนินการเป็นเฟส ๆ ในระยะแรกโครงการอาจจะยังไม่มีต้องกาสิโนก็ได้ เพื่อดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันก็เคลียร์ข้อกังวลของภาคสังคมไปด้วย” อิสระกล่าว

อย่างไรก็ตามปฎิเสธไม่ได้ว่า”เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และกาสิโนถูกกฎหมาย”นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทำให้ท่ามกลางเสียงคัดค้าน จึงยังมีเสียงหนุนแทรกอยู่ด้วย

โดย โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) ได้ยกตัวอย่างต่างประเทศที่มีการนำกาสิโนมาเป็นตัวชูโรง การสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งที่มารินาเบย์แซนด์ส ประเทศสิงคโปร์ และอีกนับ 10 แห่ง

อย่างกรณีศึกษากาสิโนรอบๆ ประเทศไทย เช่น มาเลเซียที่มีเก็นติ้ง ตั้งมาเกือบ 40 ปี ด้านสิงคโปร์มีกาสิโนถึง 2 แห่ง คือ ที่มารินาเบย์แซนด์ส และเกาะสวนสนุกเซ็นโตซา ด้านมาเก๊าและฮ่องกงก็มีมานานแล้ว
ขณะที่ประเทศโดยรอบก็มีกาสิโนเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดนไทยกับพม่า ลาว และกัมพูชา ไม่เฉพาะแต่กับชายแดนไทย ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม ยังมีลาว-จีน หรือชายแดนหรือเมืองท่องเที่ยวเวียดนามที่ชาวจีนตอนใต้เช่นไหหลำ เป็นต้น

“ต้องส่งเสริมให้ไทยมีกาสิโนเพราะปัจจุบันในความเป็นจริง มีกาสิโนอยู่มากมาย ขณะเดียวกันยังเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินได้ด้วย ขณะเดียวกันจะมีรายได้จากการเก็บภาษีกาสิโน ซึ่งที่สิงคโปร์กำหนดให้กาสิโนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เสียภาษีของกิจการอีก 17% ทำให้รัฐบาลมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ สำหรับที่มาเลเซีย รัฐบาลเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย 30% ส่วนที่มาเก๊าเก็บสูงถึง 35% ยังหักเพื่อสังคมอีก 2-3% รวมเกือบ 40% ของรายได้สุทธิของกาสิโน สหรัฐอเสียภาษี 7.5% – 32% (มลรัฐอินเดียนา) ของรายได้สุทธิ โดยรายได้จำนวนมหาศาลนี้สามารถนำมาพัฒนาประเทศได้” โสภณกล่าว

โสภณ ยังกล่าวถึงกรณีมารินาเบย์แซนด์ส มีศูนย์การค้าและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่พิเศษสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวและการจัดงานประชุมสัมมนา การใช้กาสิโนเป็นตัวชูโรง จึงคุ้มค่ามาก การพัฒนากาสิโนจึงเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจ”โสภณกล่าว