นักวิชาการ กะเทาะ นโยบายรัฐบาลอนุทิน แนะ ‘สร้าง-ลด-แก้-ฟื้น-เร่ง’
เมื่อวันที่ 28 กันยายน รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เผยมุมมองเกี่ยวกับ เกี่ยวกับนโยบาย 5 ด้านของรัฐบาลอนุทิน ซึ่งประกอบด้วย
1.ด้านเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย-แก้ปัญหาหนี้สิน-ฟื้นความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว -เร่งแก้ผลกระทบสงครามการค้า
1.1 สร้างรายได้ : สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ สำหรับเกษตรกรคือ การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ข้อคิดเห็นคือ ไม่ได้บอกว่า ราคาที่เหมาะสมคือราคาเท่าไร เพราะปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรลดลงทุกตัว และเป็นสินค้าตัวไหน ภายใน 4 เดือน รัฐฯ จะทำสินค้าใดก่อน ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรสูงขึ้น แม้ว่า ราคาที่เหมาะสม แต่หากลดต้นทุนการผลิตไม่ได้ เกษตรกรก็ไม่มีรายได้เพิ่มอยู่ดี รัฐฯ ไม่ได้พูดเรื่องการทำตลาดของเกษตรกร ปัจจุบันมีการผ่าน คนกลาง ราคาที่เหมาะสม ถูกตัดไปให้คนกลางหมด
1.2 ลดรายจ่าย: สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ โครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อลดรายจ่ายประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน
ข้อคิดเห็นคือ เห็นด้วยว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ปชช. และกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว ทำให้ ปชช. มีรายได้เพิ่มโดยอัตโนมัตจากค่าใช่จ่ายที่ลดลง รัฐฯ ต้องไปดูแลเรื่องราคาสินค้าที่ขายแพงกว่า ดัชนีเงินเฟ้อ ที่ต่ำ แต่ราคาสินค้าในความเป็นจริงแพง
1.3.แก้ปัญหาหนี้สิน : สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ หนี้ภาคประชาชน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบ รายละไม่เกิน 1 แสนบาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดกับดักหนี้
ข้อคิดเห็นคือ ปี 2567 หนี้ครัวเรือนไทยรวม15.84 ล้านล้านบาท หนี้ต่อครัวเรือเฉลี่ย 688,696 บาท และหนี้ต่อคนเฉลี่ย 240,000 บาท จากโครงการดังกล่าว ถือว่าช่วยเหลือภาระหนี้ของคนไทยไปได้ ถือ 50% ถือว่าดี แต่รัฐฯ ต่องไปแก้ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงมาก สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะส่วนใหญ่คนไทยเป็นหนี้จากการกู้และผ่อนบ้าน รถ ลงทุน
1.4.ฟื้นความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว : สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ สร้างความปลอดภัย ปราบโกง นทท ไทย เที่ยวไทย ดึงดูดใน นทท ต่างชาติพักในไทยยาวขี้น
ข้อคิดเห็นคือ มาถูกทาง แต่ต้องเน้นเรื่อง สร้างความปลอดภัย ปราบโกง และหลอกลวงนักนักท่องเที่ยวให้เป็นอันดับแรก อันนี้ เป็นประเด็นหลักที่ทำให่ นทท ต่างชาติไม่มาไทย
1.5.เร่งแก้ผลกระทบสงครามการค้า : สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ หาตลาดใหม่ สกัดปัญหาการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า การจัดทำมาตรการในการส่งเสริมการใช้สินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศเป็นหลัก สภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต
ข้อคิดเห็นคือ 1.ไม่มีการระบุสินค้าจีนที่เช้ามาตีตลาดสินค้าเกษตรไทย และสินค้า SMEs ไทยว่าจะทำอย่างไร
2.การหาตลาดใหม่ ทำกันมาทุกยุคสมัย จนกลายเป็นวาระทำของรัฐบาลทุกสมัย แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ปัจจุบันยังไม่มีส่วนแบ่งตลาดต่างประเทศใหม่ที่เพิ่มขึ้น ควรรื้อระบบการทำตลาดสินค้าไทยในต่างประเทศทั้งหมด
3.ในอนาคตสหรัฐฯ จะเก็บภาษีรายสินค้า จะแก้อย่างไร ขาดมาตรการเรื่องนี้
4.อุตสาหกรรมทันสมัย ขาดการเชื่อมโยงกับ SMEs ไทย รายใหญ่มีศักยภาพและ FDI ต่างชาติได้ประโยชน์ รวมถึงระบบการศึกษาไทยที่ยังไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมทันสมัย เด็กไทยแพ้ สิงคโปร์ เวียดนามและมาเลเซีย จะแก้อย่างไร เพราะระบบการศึกษาไทยล้มเหลว ไทยขาดแรงงานทักษะ เพราะไทยไม่สนับสนุนให้มีโรงเรียนอาขีวะ แบบนี้จะเป็นอุตสาหกรรมทันสมัยได้อย่างไร อุตสาหกรรมไทยยังยีดโยงกับอุตสาหกรรมแรงงานเป็นหลัก เห็นได้จากการพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวมากขึ้นทุกๆ ปี
5.สินค้าอุตสาหกรรมของ SMEs ไทย มีต้นทุนการผลิตสูง จะลดอย่างไร รวมถึงไม่มีนวัตกรรม SMEs ไทยไม่รู้ตลาดต่างประเทศ
สำหรับ 2.ด้านความมั่นคง เร่งแก้ปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชา-ภาคใต้ให้เป็นรูปธรรม
ข้อคิดเห็นคือ 1. รัฐบาลต้องดำเนินและจัดการขั้นเด็ดขาดกับกัมพูชา ทั้งทางทหาร เศรษฐกิจและพื้นที่ชายแดนระดับจังหวัด โดยกำหนดตามกรอบในเวลา 4 เดือนให้ชัดเจน
2.ตั้งกองกำลังประชาชนที่มาจากคนในท้องถิ้นนั้น สู้กับคนเขมรที่รุกล่ำเข้ามาที่จังหวัดสระแก้ว โดยไม่ต่องใช้ทหาร
3.ใช้เวทีระหว่างประเทศ ฟ้องและสื่อสารเชิงรุกเข้มข้นประนามการ สังหารคนไทย และทหาร ข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซียล้มเหลว ต้องหาทางออกโดยใช้เวทีอื่น หรือให้อาเซียนเรียกประชุมด่วน
3.ด้านสังคม ปราบการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง
สิ่งที่รัฐบาลจะทำ คือ ไม่สนับสนุนให้มีการประกอบธุรกิจการพนันทุกชนิด ไม่มีเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีธุรกิจการพนัน ไม่สนับสนุนการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬา อาทิ โป๊กเกอร์
ข้อคิดเห็น คือ ไทยมีจุดอ่อนของการบังคับใช้ กม. ทุกอย่างที่เสนอมาดีหมด แต่ปฎิบัติมีปัญหา จะแก้อย่างไร
4.ด้านภัยธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัย พัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง เยียวยาฟื้นฟูประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน
1.ภัยธรรมชาติ สิ่งที่รัฐฯ จะทำคือ เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติ
ข้อคิดเห็นคือ เห็นด้วย
2.สิ่งแวดล้อม สิ่งที่รัฐฯ จะทำคือ ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ภาคการเกษตรเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากล
ข้อคิดเห็นคือ
1.ไทยขาดแผนการลด GHG รายสินค้า เช่น ข้าว หรือสินค้าปศุสัตว์อื่น เป็นต้น
2.การใช้พลังงานสะอาด เป็นภาระต้นทุนในการผลิตของ SMEs นโยบายรัฐฯ ไม่มีการพูดถึงว่าจะช่วยสนับสนุนอย่างไร
3.นโยบายพลังงานสะอาดของไทย ยังไม่เปิดเสรีเหมือนเวียดนาม ทีใช้ทำไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขายอย่างเสรี ทำให้ค่าไฟเวียดยามจึงถูกกว่าไทย
5.ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเชื่อมโยงกันทั้งระบบ
สิ่งที่รัฐฯ จะทำคือ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ
ข้อคิดเห็นคือ
1.ให้ไปทำข้อมูลในแต่ละเรื่องให้ตรงกันก่อน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร หรือข้อมูลการปล่อย GHG ของโรงงานอุตสาหกรรมไทย ก่อนที่จะไปทำระบบข้อมูลดิจิทัล
2.ทำอย่างไรให้มีการบังตับใช้ กม อย่างตรงไปตรงมา
3.สิทธิของคนจน กับ คนรวยมันแตกต่างกัน จะแก้อย่างไร
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ข้อคิดเห็นคือ
1. ให้ประชาชน เลือก สว โดยตรง ระบบที่เลือกมา มันได้เรื่อง ไม่เป็น ประชาธิปไตย
2. ยกเลิก ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
3.ตัดสิทธิ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
4.ปรับระบบสรรหาองค์กรอิสระ ให้มีความโปร่งใสและสมดุล เช่น ใช้คณะกรรมการจากหลายภาคส่วน (รัฐสภา, สภาวิชาชีพ, องค์กรสิทธิ)

