หน้าแรก เศรษฐกิจ ย้อนฟัง เจ๊เก...

ย้อนฟัง เจ๊เกียว เล่าถึงธุรกิจรถทัวร์ ที่ครอบครัวสร้างมากว่า 6 ทศวรรษ ท่ามกลางจุดเปลี่ยนธุรกิจ

28.09.25 | 20:25 น.

ย้อนฟัง เจ๊เกียว เล่าถึงธุรกิจรถทัวร์ ที่ครอบครัวสร้างมากว่า 6 ทศวรรษ ท่ามกลางจุดเปลี่ยนธุรกิจ

การจากไปของเจ๊เกียว หรือนางสุจินดา เชิดชัย นักธุรกิจเมืองโคราช เจ้าของอู่และบริษัทเดินรถเชิดชัย ผู้สร้างตำนานเจ้าแม่รถทัวร์ไทย และนายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสารบขส. ซึ่งได้เสียชีวิตอย่างสงบ รวมสิริอายุ 89 ปี ท่ามกลางความอาลัยของคนในแวดวงธุรกิจและสังคมไทย

“มติชนออนไลน์” ขอย้อนถึงบทสัมภาษณ์ของเจ๊เกียว เมื่อปี 2565

“เจ๊เกียว” เปิดใจ ขาดทุน ไร้คนสืบทอดกิจการ จ่อปิดฉาก 65 ปี “ธุรกิจรถทัวร์”

ทุกครั้งเมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้น ต้องเห็นเจ้าแม่รถทัวร์ ”เจ๊เกียว” หรือ นางสุจินดา เชิดชัย ออกมาเคลื่อนไหวขอขึ้นค่าโดยสาร

Advertisement

วันที่ 8 พฤษภาคม 2565 จะเป็นอีกครั้งที่ ”เจ๊เกียว” ซึ่งวันนี้สวมหมวก 2 ใบ นั่งเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสารบขส.และเจ้าของอู่รถเชิดชัยและ บริษัท เดินรถเชิดชัย ตบเท้าเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมการขนส่งขอปรับค่าโดยสารอีก 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร หลังราคาน้ำมันดีเซลดีดขึ้น 32 บาทต่อลิตร เกินจากที่คำนวนไว้ 27 บาทต่อลิตร

“ตั้งแต่โควิดระบาด ผู้ประกอบการรถทัวร์ได้รับผลกระทบหนักมาก มีหยุดวิ่งและเลิกกิจการไปก็เยอะ จากที่เรามีอยู่กว่า 3,000 คัน ตอนนี้เหลือยู่แค่ 30% เพราะวิ่งไปก็ไม่คุ้ม ไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการ ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกให้ผู้ประกอบการวิ่งวันละ 1 ขา ใน 1 จังหวัด คือ ไป 1 เที่ยว กลับ 1 เที่ยว ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีรถร่วม 4-5 บริษัทที่สลับวิ่งบริการได้ หากบริษัทใดบริษัทหนึ่งหยุดวิ่ง”เจ๊เกียวเปิดใจ

ในส่วนของเชิดชัยทัวร์ “เจ๊เกียว” อัพเดตให้ฟังว่า ปัจจุบันได้นำรถวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 20-30% จากทั้งหมดมีอยู่กว่า 200 คัน และได้หยุดวิ่งบางเส้นทางเป็นการชั่วคราวในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะไม่มีผู้โดยสารและลดภาระค่าใช้จ่าย ส่วนรถที่เหลือมีจอดทิ้งไว้และปรับเป็นรถรับจ้างวิ่งรับส่งพนักงานบริษัทและรัฐวิสาหกิจ ส่วนพนักงานบริษัทนั้น ไม่มีเงินเดือนให้ จะมีเฉพาะค่าเบี้ยขยันให้เท่านั้น
“ฉันทำธุรกิจรถทัวร์มา 65 ปีแล้ว เป็นธุรกิจครอบครัวของฉันเอง ตอนนี้รายได้ไม่มีเหลือเลย ถ้าหากฉันนำรถออกวิ่งทุกคันในตอนนี้ ฉันต้องรับภาระขาดทุนน้ำมันเดือนละ 4 ล้านบาท คงรับไม่ไหว เลยต้องวิ่งบ้าง หยุดบ้าง สลับกันไป เพราะวิ่งไป ก็ไม่มีคน เดี๋ยวนี้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป ไม่ค่อยนั่งรถทัวร์ ซึ่งธุรกิจรถทัวร์ได้รับผลกระทบตั้งแต่ปี 2560 จากโลว์คอสต์ ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2563 เจอโควิดระบาด ทำให้คนเปลี่ยนไปใช้รถส่วนตัว ไม่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเหมือนเมื่อก่อน”

จากสภาพธุรกิจรถทัวร์ที่ขาลง ประกอบกับอายุที่มากขึ้นทุกวันนี้ ทำให้ ”เจ๊เกียว” เริ่มจะถอดใจธุรกิจที่ครอบครัวปลุกปั้นมากว่า 6 ทศวรรษ

“ฉันจะขายกิจการเดินรถทัวร์ เพราะอายุฉันปีนี้ก็ 85 ปีแล้ว ส่วนลูก 4 คน ก็ไม่มีใครอยากจะสืบทอดกิจการ จึงคิดว่าจะขายดีกว่า ซึ่งที่ผ่านมามีคนมาเจรจาขอซื้อ แต่ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะเขาเกี่ยงไม่เอารถ เอาแต่โควต้าเดินรถอย่างเดียว “

“เจ๊เกียว” ยังบอกว่าอีกว่า ถึงจะขายธุรกิจรถทัวร์ แต่ครอบครัวยังมีธุรกิจอื่นอีก เช่น ธุรกิจต่อตัวถังรถโดยสาร รับจ้างเดินรถรับส่งพนักงานบริษัทเอกชน และรัฐวิสาหกิจ ธุรกิจให้เช่าที่ดินที่มีอยู่หลาย 1,000 ไร่ ปัจจุบันนำที่กว่า 300 ไร่ ให้ห้างสรรพสินค้าดัง 2 แห่งในนครราชสีเช่าและมีบางแปลงที่ประกาศขาย เพื่อลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปีนี้รัฐเก็บเต็มอัตรา 100%

“ที่ดินที่มีอยู่ ฉันซื้อไว้นานแล้ว ตั้งแต่ราคาตารางวาละ 30-40 บาท แบ่งให้เช่าและแบ่งให้รัฐใช้ก่อสร้างถนนก็มี ตอนนี้มีบ้างที่นำมาขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายภาษีที่ดินที่ปีนี้ต้องจ่าย 30 ล้านบาท ฉันว่ารัฐก็ทำไม่ถูกมาเก็บภาษีที่ดิน 100% ในช่วงที่คนกำลังเดือดร้อน”

เป็นการเปิดใจของ ”เจ๊เกียว” เจ้าแม่รถทัวร์เมื่อปี 2565

ปัจจุบันธุรกิจมีลูกๆ ช่วยกันบริหารอย่างเต็มตัว