หน้าแรก เศรษฐกิจ ศุภจี มอบพณ.ก...

ศุภจี มอบพณ.กระตุ้นบริษัทมหาชน ให้สิทธิประโยชน์ FTA กรมการค้าตปท.เตรียม 4 เรื่อง ป้อนควิกวิน

29.09.25 | 16:30 น.

ศุภจี มอบ พณ.กระตุ้นบริษัทมหาชน ให้สิทธิประโยชน์เอฟทีเอ กรมการค้าต่างประเทศเตรียม 4 เรื่อง ป้อนนโยบายควิกวิน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับมอบนโยบายจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้จัดเตรียมแผนงานปีงบประมาณ 2569 เพื่อเป็นแผนงานของกระทรวงพาณิชย์ ที่เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ โดยแผนระยะสั้นช่วง 4 เดือน เน้น 4 ประเด็น คือ 1.เพิ่มการผลักดันการใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงเปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) โดยเรื่องนี้ รมว.ให้ความสนใจและสั่งให้กระตุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาใช้ประโยชน์เอฟทีเอ ซึ่งกรมฯกำลังประสานไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2.เร่งเจรจารายละเอียดของภาษีทรัมป์ เช่น แหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งรอความชัดเจนของสหรัฐ จากนั้นกรมฯจะออกประกาศเรื่องการรับรองแหล่งกำเนิด(ซีโอโอ) คาดว่าจะชัดเจนในเดือนพฤศจิการยนนี้

นางอารดากล่าวว่า 3.โครงการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการปิดด่านชายแดน โดยกรมเตรียมจัดมหกรรมค้าชายแดนทุกภาคและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับกัมพูชาเข้าร่วมทุกมหกรรม และ 4.เร่งเจรจากับจีน นำเข้าข้าวไทยคงค้างตามสัญญาจีทูจีเหลืออีก 2.8 แสนตัน โดยเป็นข้าวขาว 5% ในราคาตลาด ที่ขณะนี้ราคาเอฟโอบีข้าวขาว 5% เฉลี่ยตันละ 371 เหรียญสหรัฐ และส่งมอบภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี พร้อมกับได้เจรจาเพิ่มขายข้าวขาว 5% แบบจีทูจี อีก 2.2 แสนตัน คาดได้ข้อสรุปในการผู้นำไทยเยือนจีนในเดือนพฤศจิกายนนี้ และส่งมอบได้ในต้นปีหน้า

นางอารดากล่าวอีกว่า สำหรับการส่งออกข้าวไทย 8 เดือนแรกปี 2568 ส่งออกแล้ว 5.04 ล้าน ปริมาณลดลง 23.98% และมีมูลค่ารวม 2,987 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 99,061 ล้านบาท) ลดลง 30.58% ปัจจัยทำให้การส่งออกลดลงมาจากประเทศผู้ส่งออกและผู้นำเข้า หลักต่างมีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกสูงกว่าความต้องการ ก่อให้เกิดแรงกดดันด้านราคา ประเทศผู้นำเข้าสำคัญของโลกอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ชะลอนำเข้าข้าว ที่สำคัญค่าเงินบาทแข็งค่ารวดเร็วและสูงกว่าประเทศอื่นๆ ที่ค่าบาทอ่อนตัว ทำให้เกิดอัตราต่างกันถึงกว่า 10 % แต่ราคาที่ลดลงก็เป็นปัจจัยส่งผลให้ไทยขยายไปตลาดจีน สหรัฐ แอฟริกาใต้ ตะวันออกกลางและยุโรป เพิ่มขึ้น

Advertisement

“ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวนึ่ง ข้าวเหนียว และข้าวกล้อง ประกอบกับหากสามารถปิดดีลข้าวจีทูจีกับจีนได้ตามเป้าหมาย จะคงให้ทั้งปี 2568 ไทยส่งออกข้าวได้รวม 7.5 ล้านตันตามเป้าหมาย รองจากอินเดียและเวียดนาม ซึ่ง 4 เดือนที่เหลือคาดปริมาณส่งออกเฉลี่ย 6 แสนตันต่อเดือน โดย 3 เดือนสุดท้ายปีนี้ กรมฯเดินหน้าเชิงรุกผลักดันการส่งออกข้าวไทย อาทิ การรับรองคณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงมาไทยในเดือนพฤศจิกายน การเร่งขายข้าวขาวและข้าวนึ่งไป อิรัก และซาอุดีอาระเบีย จัดทำความตกลง MOU ความร่วมมือจีทูจีข้าวไทย-สิงคโปร์ 1 แสนตัน และร่วมงานแสดงสินค้าในซาอุดีอาระเบีย เยอรมนี และจีน” นางอารดากล่าว

นางอารดากล่าวอีกว่า เป้าหมายส่งออกข้าวปี 2569 ต้องดูสถานการณ์หลังเดือนตุลาคมนี้ก่อน ทั้งผลผลิตข้าวเปลือกที่กำลังออกตลาด ประเทศส่งออกข้าวหลัก เช่น อินเดีย จะระบายข้าว 20 ล้านตันมั้ย แนวโน้มราคาข้าวโลกและความต้องการ ที่สำคัญคือ เงินบาทแข็งค่ามาก สินค้าเกษตรไทยจะเหนื่อยมากในด้านความสามารถในการแข่งขันด้านราคา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการจะมอบนโยบายให้ผู้บริหารอย่างเป็นทางการ และแถลงข่าวนโยบายขับเคลื่อนงานกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งได้สั่งการเบื้องต้นในการเข้ากระทรวงพาณิชย์วันแรกวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา