‘ปลัดณัฐพล’กางโรดแมป
ก.อุตสาหกรรม ปี’69 เดินหน้าด้วย‘MIND as One’
กว่า 3 ปีของกระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้การบริหารงานของ “ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม” มุ่งขับเคลื่อนตามนโยบาย MIND ใช้หัวและใจปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน
ล่าสุดปีที่ผ่านมา ปลัดณัฐพลได้นำนโยบายสู้เซฟสร้างเข้ามาผนวกรวม เดินหน้าไปพร้อมกันเพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมที่สร้างปัญหาให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อม จนได้รับผลตอบรับที่ดี มีคำชื่นชมจากหลากหลายช่องทาง
1 ตุลาคม 2568 เข้าสู่ปีงบประมาณ 2569 ปลัดณัฐพลได้มอบนโยบายข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้เดินหน้าต่อด้วย Mind as One คือการมีหัวใจเดียวกันของคนกระทรวงอุตสาหกรรม รวมกับสู้เซฟสร้างเพื่อให้ทุกคนเดินหน้าไปยังเป้าหมายเดียวกันคือ การแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมเพื่อให้ อุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
เมื่อลองกางผลงานกระทรวงอุตสาหกรรมในปี 2568 พบว่าได้ดำเนินงานขับเคลื่อนสู่การยกระดับอุตสาหกรรมคู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ตามนโยบาย สู้ เซฟ สร้าง ได้แก่
1.สู้ การต่อสู้กับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายและสร้างมลพิษ ได้ดำเนินการ ดังนี้
1.1 มาตรการเข้มข้นลดฝุ่น PM2.5 การรณรงค์ตัดอ้อยสด ลดการเผาควบคุมอ้อยเผาต่ำสุดในประวัติศาสตร์ 14.41% ซึ่งลดจาก 30% ในปีก่อน ทำให้ PM2.5 และฝุ่นลดลง รวมถึงการปิดโรงงานรับซื้ออ้อยที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามข้อตกลงอ้อยไม่เผา เพื่อให้เห็นว่าถ้าทำผิดเราก็ลงโทษจริงและพร้อมดำเนินการทันที รวมถึงการยกระดับมาตรฐาน EURO 5 สู่ EURO 6 และการเข้มงวดกับโรงงานอุตสาหกรรมในการติดเซ็นเซอร์คุมมลพิษที่ปลายปล่อง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมการสร้างและการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม
1.2 ปลดล็อกกฎระเบียบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการให้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ง่ายขึ้น เป็นการลดรายจ่ายและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
1.3 การใช้แพลตฟอร์ม “แจ้งอุต” รับเรื่องร้องเรียนของกระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้ระยะเวลาแก้ไขปัญหารวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเรื่องร้องเรียน 1 เรื่อง สามารถใช้เวลาดำเนินการเฉลี่ยภายใน 14 วัน ทำให้ประชาชนมั่นใจในการแจ้งปัญหาผ่านช่องทางนี้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีเรื่องแจ้งเข้ามาในระบบกว่า 1,500 เรื่อง โดยแก้ไขปัญหาได้แล้ว 52% และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 48%
1.4 ทีมตรวจสุดซอยดำเนินการเชิงรุก ปราบปรามโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ประกอบกิจการธุรกิจทุนสีเทา ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน การลักลอบนำเข้า-ฝังกลบกากอุตสาหกรรมอันตราย เพื่อคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
1.5 เรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรม ล้างปัญหาการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ด้วยการใช้ระบบเอไอ ผ่าน มอก.วอทช์ ที่ค้นหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานในช่องทางออนไลน์ เพื่อปกป้องผู้บริโภคของไทย
1.6 การรณรงค์ให้หน่วยงานดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลดก๊าซเรือนกระจก ตามมาตรฐานคาร์บอนด์ฟุตพรินต์
1.7 การใช้ระบบ i-Single Form และ i-Auditor เพื่อให้โรงงานรายงานตนเองผ่านระบบตรวจออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันดำเนินการได้ 100%
2.เซฟ การช่วยเหลือผู้ประกอบการ ได้แก่
2.1 การส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดี เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม ซึ่งใช้การปฏิบัติตามนโยบาย Mind 4 มิติเป็นหลักการดำเนินการ คือ ทำให้อยู่กับชุมชนได้ เป็นไปตามกับกติกาสากล วิธีประกอบการที่ดี การกระจายรายได้
“ตัวอย่างจากโรงงาน Delta Electronics ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ที่ทำเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหนึ่งในวัตถุดิบ มีขดลวดชิ้นหนึ่งที่ต้องพันด้วยมือ โรงงานก็ส่งงานนี้ไปให้ชุมชนนอกโรงงานเป็นผู้จัดทำ แล้วส่งกลับเข้ามาให้โรงงาน เกิดการกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย และกลายเป็นในกิจกรรมขององค์กร” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว
3.สร้าง การปฏิรูปกฎหมายและกลไกการทำงาน ได้แก่
3.1 การปรับปรุงกลไกการทำงานให้ทันยุค แต่ละกรมแต่ละหน่วยงานมีการกำหนดนโยบายใหม่ๆ มีการใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำงานมากขึ้น เช่น กรมโรงงานมีเรื่องการจัดการกากอุตสาหกรรม การออกใบอนุญาตโรงงาน การออกคำสั่งต่างๆ การทำลายของกลาง การลงทะเบียน i-Industry สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย มีการทำระบบการสอบย้อนกลับ ที่ตรวจสอบได้ว่าอ้อยมาจากไหนอย่างไร การลงทะเบียนเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ทำได้กว่า 140,000 ราย และการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ให้ทำได้รูปแบบออนไลน์ สร้างความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการอย่างมาก
3.2 สร้าง New Normal ใหม่ให้สังคมไทย การนำที่ปัญหาที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ถูกนำขึ้นมาให้ประชาชนรับรู้ และมีการจัดการและแก้ไขอย่างจริงจัง
ปลัดณัฐพลระบุว่า สิ่งหนึ่งที่กระทรวงปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจน คือ การนำเรื่องที่เป็นเรื่องลบมารายงานให้สังคมทราบ นำขึ้นมาทำให้ถูก ทำให้หนึ่งปีที่ผ่านมา กลายเป็น New Normal ของกระทรวง และ New Normal สำหรับสังคมประเทศไทยไปแล้ว คือทุกคนในสังคมรู้ว่ามีอะไรซุกอยู่ใต้พรมบ้าง คือเดิมเราพยายามแก้ไขอยู่แล้ว แต่พอมีการดึงขึ้นมาให้เห็น ทุกคนทุกสื่อก็ให้ความสนใจ คนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือ มีการร้องเรียนมาตามระบบเข้ามาเรื่อยๆ เพราะคนรู้แล้วว่าเรื่องแบบนี้ไม่ปกติ และจะต้องแก้ไขให้ถูกต้อง
สำหรับก้าวต่อไป ปลัดณัฐพลระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะยังคงเดินหน้านโยบายตามนโยบายของ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้า “สู้ เซฟ สร้าง สู่อุตสาหกรรมคู่ชุมชนที่ยั่งยืน” ร่วมกับนโยบาย “MIND as One” ผนวกเป็น “ใช้หัวและใจที่เป็นหนึ่งเดียวในการสู้เซฟสร้างเพื่ออุตสาหกรรมที่ยั่งยืนคู่ชุมชน” คือเราทุกคนต้องมีเป้าหมายเดียวกันในการดูแลและจัดการปัญหาอุตสาหกรรม เพราะทุกคนเป็นกำลังสำคัญของประเทศในด้านอุตสาหกรรม หากเรามีวิสัยทัศน์และจุดมุ่งหมายไปในทิศทางเดียวกัน เราจะไม่พลาด และจะยกมาตรฐานของการทำงานให้สูงขึ้นได้มากกว่าเดิม
พร้อมขับเคลื่อนภายใต้นโยบายเดิมที่เดินหน้าต่อ ได้แก่ การสานต่อนโยบายสุดซอยเพื่อการคืนพื้นที่อุตสาหกรรมดี จัดการโรงงานทุนสีเทาที่สร้างผลกระทบแก่ประชาชน การลดฝุ่น PM2.5 มาตรฐาน EURO 5 และ EURO 6 การเข้มงวดการติดตั้ง CEMS ระบบควบคุมมลภาวะของโรงงาน การเน้นย้ำนโยบายตัดอ้อยสด-ไม่เผาอ้อยโดยเฉพาะช่วงวันปีใหม่-วันเด็ก เพื่อความสุขและความปลอดภัยของประชาชน นโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การส่งเสริมผู้ประกอบการดี การปฏิรูปกฎหมายและปรับปรุงกลไกการจัดการเรื่องกาก ใบอนุญาตโรงงาน การทำมาตรฐานและปรับมาตรฐาน มอก.ให้ทันสมัย มีขั้นตอนที่ชัดเจน และสามารถปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทุกขั้นตอนมีความเหมาะสม ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย
“ผมเชื่อว่าถ้ากระทรวงอุตสาหกรรม เป็น ‘MIND as One’ มีทิศทางเดียวกัน คือทำเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการ ประชาชน อย่างแท้จริง ทุกอย่างๆ จะเป็นไปได้ทุกเรื่อง” ปลัดณัฐพลทิ้งท้าย

