หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิชาการ ชี...

นักวิชาการ ชี้ ‘อนุทิน’ แถลงนโยบาย ตอบโจทย์ ปัญหาระยะสั้น หวังเห็นผลเป็นรูปธรรม

30.09.25 | 11:59 น.

นักวิชาการ ชี้ ‘อนุทิน’ แถลงนโยบายตอบโจทย์ ปัญหาระยะสั้น หวังเห็นผลเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาลเป็นวันแรกนั้น ภายใต้กรอบเวลาที่รัฐบาลเตรียมไว้ประมาณ 4-6 เดือน ถือเป็นช่วงที่รัฐบาลเผชิญกับภัยคุกคามที่สำคัญ ทั้งเรื่องภาษีสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออก ที่ขยายตัวต่ำกว่าควร แม้ยังเป็นบวกอยู่จริงแต่ปรับลดลง ปัญหาชายแดน หรือความมั่นคงของประเทศ การท่องเที่ยวชะลอตัวลง ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขยายตัวช้า กระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยส่วนนี้ประเมินว่านโยบายที่รัฐบาลประกาศเบื้องต้นมีหลายข้อที่ช่วยแก้ไขปัญหาระยะสั้นเหล่านี้ และวางรากฐานในระยะยาวไว้ เพียงแต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวได้

นายสมชายกล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญคือ รัฐบาลอยู่ในฐานะที่ถูกกระทบจากข้อจำกัดของงบประมาณประจำ ทำให้งบประมาณจะต้องใช้บริหารอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่บนพื้นฐานของหนี้สาธารณะ 64-65% มีการขาดดุลงบประมาณ 4-5% และมีสำนักงานเศรษฐกิจต่างประเทศเตือนถึงสถานะความมีเสถียรภาพของการเงินการคลังไทยแล้ว ฉะนั้น การบริหารตรงนี้จะต้องระวังไม่กระทบกับกรอบวินัยทางการเงินการคลัง ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องบริหารในช่วง 4-6 เดือนนี้ แต่หากประเมินในแต่ละด้านที่ประกาศไว้ ก็สามารถตอบสนองปัญหาในบางส่วนได้ ตั้งแต่เรื่องความมั่นคง การกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติต่างๆ

นายสมชายกล่าวว่า เห็นความพยายามของรัฐบาลในการรักษาค่าครองชีพของประชาชนไว้ เรื่องต้นทุนในแต่ละด้าน การช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ความพิเศษคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ประกาศเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งประเมินว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะคนละครึ่งพลัส ไม่ใช่จ่ายเงินจากรัฐบาลเพื่อช่วยเหลืออย่างเดียว แต่ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจะต้องเข้ามาอยู่ในระบบ เป็นการเตรียมพร้อมในระยะยาว มีการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เชื่อมโยงไปสู่เรื่องในอนาคตที่รัฐบาลสามารถขยายฐานทางด้านของการเก็บภาษี และนำธุรกิจเอสเอ็มอีนอกระบบกว่า 50% และคนนอกระบบเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้น ถือว่าไม่ได้เป็นการช่วยเปล่า แต่ได้อะไรกลับมาให้ประเทศด้วย แม้นโยบายจะเป็นของเก่า แต่ก็ทำให้รู้สึกทันสมัยขึ้นได้ ถือเป็นส่วนที่ดีมาก

นายสมชายกล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นภาคที่สามารถกระตุ้นได้ง่าย และเกิดการใช้จ่ายกระจายวงได้กว้าง โดยรัฐบาลประกาศว่าจะพยายามผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่พำนักในประเทศยาวขึ้น เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ต้องไม่ทำให้เกิดการอยู่ยาวหรือพักเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วง 3-4 เดือนนี้เท่านั้น แต่ต้องทำอย่างยั่งยืน ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาให้เกิดการอยากใช้ชีวิตในประเทศไทย เพราะท่องเที่ยวไทยถือว่ามีจุดแข็งในตัวเอง แต่ยังเป็นท่องเที่ยวระดับที่ไม่สูงมาก ซึ่งตอนนี้ต้องเร่งเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้การท่องเที่ยวไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวระดับกลางขึ้นไป ก่อนจะเป็นระดับสูงในที่สุด

Advertisement

“ภายใต้ 4-6 เดือนนี้ อยากเห็นการทำงานแบบเรียงลำดับความสำคัญของการบริหารจากรัฐบาล เริ่มต้นในบางโครงการที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพียงบางโครงการก็พอ เพราะรู้ว่ากรอบเวลาเพียงเท่านี้ ไม่สามารถทำได้ทั้งหมดตามที่ประกาศไว้ แต่จากนโยบายที่ประกาศทั้งหมดถือว่าตอบโจทย์ปัญหาระยะสั้นในปัจจุบัน รวมถึงวางรากฐานไปสู่ระยะยาวไว้” นายสมชายกล่าว