อคส. ปรับวิสัยทัศน์–พันธกิจ–ยุทธศาสตร์–เป้าประสงค์รองรับการดำเนินงานตามบทบาทใหม่ปี 69-73
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ดร.ธิรินทร์ ณ ถลาง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงทิศทางของอคส. ปี 2569-2573 ซึ่งเป็นการปรับวิสัยทัศน์–พันธกิจ–ยุทธศาสตร์–เป้าประสงค์ เพื่อรองรับการดำเนินงานตามบทบาทใหม่ของ อคส.
สำหรับเรื่องวิสัยทัศน์ นั้น ถือเป็นหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการพาณิชย์ ภายใต้การบริหารจัดการที่ทันสมัย ตามหลักธรรมาภิบาล รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายในปี 2573
ส่วนพันธกิจ จะประกอบด้วย 1.ขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาด้านการพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2.บริหารจัดการสินทรัพย์ ทรัพยากร และจัดหารายได้เลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืน 3.พัฒนาระบบการบริหารจัดการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย 4.ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีธรรมาภิบาล
ทางด้านยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.พัฒนาเครื่องมือและกลไกการจัดการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแก้ไขปัญหาด้านการพาณิชย์ 2.เสริมสร้าง พัฒนา ต่อยอด ช่องทางและแหล่งรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 3.ยกระดับระบบการจัดการ ฐานข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ 4.เสริมสร้างทุนมนุษย์ และระบบบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้หลักธรรมาภิบาล
ดร.ธิรินทร์เปิดเผยต่อไปว่า การปรับทิศทางของอคส. ปี 2569-2573 มีเป้าประสงค์สำคัญ 13 ข้อ เช่น 1.พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และธุรกิจใหม่ 2.จัดทำและปรับปรุงกฎหมายให้รองรับการดำเนินธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ 3.สร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
4.พัฒนาภาพลักษณ์องค์กรและยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส 5.พัฒนาทุนมนุษย์ และเพิ่มขีดความสามารถด้านทรัพยากรมนุษย์ 6.นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการบริหารงานและหารายได้

โดยจะมีการขับเคลื่อนองค์กรด้วยแผนปฎิบัติการประจำ ปี 2569 ประกอบด้วย 9 แผนงาน 49 โครงการ มีโครงการที่น่าสนใจได้แก่ โครงการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, โครงการยกระดับการ ขนส่งสินค้าทั้ง รูปแบบปกติทั่วไป และควบคุมอุณภูมิ Cold chain,โครงการ Food Security ,โครงการจัดตั้งบริษัทลูกขององค์การคลังสินค้า,โครงการบริหารจัดการการนำเข้ากระเทียม,โครงการธุรกิจบริการของ อคส., โครงการบริหารสินทรัพย์และบริหารจัดการคลังสินค้าเพื่อความยั่งยืน
ทั้งนี้ในเดือนสิงหาคม-กันยายน ที่ผ่านมา มีผลการดำเนินงานสำคัญ คือ การสร้างแบรนด์ “ข้าวโอชา” ซึ่งมีทั้งข้าวนุ่ม และข้าวพื้นแข็ง ขายในราคาประหยัด เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในเดือนตุลาคมนี้ รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การตลาดและสื่อสารองค์กร เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการเพิ่มรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ขณะเดียวกันมีการนำเสนอการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจใหม่ เพื่อก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการอคส. มีมติเห็นชอบในหลักการจัดตั้งบริษัทลูกของ อคส. การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การดำเนินธุรกิจบริการใหม่ๆ อาทิ การให้บริการด้านการตรวจสอบ ทดสอบ ตรวจทดสอบ ทวนสอบ ให้การรับรอง ตรวจวัด วิเคราะห์ สอบเทียบ เกี่ยวกับกับสินค้าเกษตรและอุปโภคบริโภค การให้บริการจัดเก็บและบริหารจัดการเอกสารแก่หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เป็นต้น

