หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯขนส่ง แน...

นายกฯขนส่ง แนะ ขสมก.รอบคอบ ทีโออาร์ ประมูลเช่ารถเมล์อีวี 1,500 คัน ห่วงเงินค้ำประกัน 5% น้อยไป

3.10.25 | 22:01 น.

นายกฯขนส่ง แนะ ขสมก.รอบคอบ ทีโออาร์ ประมูลเช่ารถเมล์อีวี 1,500 คัน ห่วงเงินค้ำประกัน 5% น้อยไป

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 68 นายจิระเดช ห้วยหงษ์ทอง นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เปิดเผยถึงโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน วงเงินงบประมาณ 15,355.60 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า โครงการนี้เป็นการดูแลประชาชนใน กทม.ด้วยการนำรถเมล์ไฟฟ้ามาให้บริการ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนถือว่า ขสมก.เดินมาถูกทางแล้ว และเท่าที่ดู TOR ที่ ขสมก.กำหนดมองว่าเป็นเรื่องดี แต่อยากให้ ขสมก.รอบคอบในการดำเนินการ ด้วยการนำบทเรียนเก่าๆมาพิจารณาว่าเคยเกิดปัญหาอะไร เพราะเหตุใด และหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขึ้นอีก

สิ่งสำคัญที่ ขสมก.ต้องพิจารณา คือเรื่องของการได้มาซึ่งคุณภาพของรถเมล์ไฟฟ้า และทำอย่างไรไม่ให้ผู้ประกอบการทิ้งงาน อาทิ การเพิ่มวงเงินค้ำประกัน เพื่อให้สามารถรับผิดชอบในกรณีที่เกิดปัญหาได้อย่างครอบคลุม และเท่ากับเป็นการประกันสินค้าด้วย ถ้านำสินค้าไม่ดีมาให้บริการก็เสี่ยงกับการถูกยึดเงินประกัน แต่ถ้าสินค้ามีคุณภาพก็ไม่ต้องกลัว รถไฟฟ้าเป็นเรื่องของเทคโนโลยีถ้าเอาเทคโนโลยีเก่ามาปล่อยเช่าก็เท่ากับลงทุนต่ำ ซึ่งจะทำให้ได้กำไรเยอะ แต่รถเมล์ EV จะไม่สามารถใช้ได้จนครบอายุสัญญาก็เสี่ยงกับการถูกยึดเงินประกัน มองว่าถ้ามีการเพิ่มวงเงินให้มากขึ้นผู้ประกอบการคงไม่อยากจะเสียมาร์จิ้นตรงนี้ไป จึงต้องจัดหารถที่มีคุณภาพมาให้ ขสมก.เช่าเพื่อให้สามารถใช้ได้จนครบอายุสัญญา ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับการบริการที่มีคุณภาพจนครบอายุสัญญา

“ที่ผ่านมารถเมล์ NGV เคยเกิดปัญหารถเสีย จอดซ่อม ไม่มีรถมาวิ่งให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอ เพราะผู้ชนะประมูลขาดสภาพคล่องและยอมทิ้งงานเพราะเงินค้ำประกันสัญญาน้อย มีการกำหนดไว้เพียง 5% มองว่าถ้ามีการเพิ่มวงเงินค้ำประกันสัญญามากกว่านี้ผู้ประกอบการอาจจะไม่กล้าทิ้งงาน ส่วนในกรณีนี้จะเพิ่มวงเงินค้ำประกันเท่าไหร่นั้น มองว่าต้องดูมูลค่าสัญญาและกำหนดให้มีความเหมาะสม แต่ส่วนตัวมองว่าควรจะต้องเพิ่มมากกว่า 5% เพราะดูแล้วน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าของสัญญา” นายจิระเดชกล่าว