นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงานของการบินไทย ไตรมาส 4/2558 มีรายได้รวม 49,900 ล้านบาท ใกล้เคียงกับรายได้รวมของไตรมาส 4/2557 โดยคิดเป็นกำไรสุทธิ 5,400 ล้านบาท ขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 ที่ขาดทุนประมาณ 1,600 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการทั้งปี 2558 มีรายได้รวมประมาณ 188,747 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 ที่มีรายได้รวม 191,000 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 13,047 ล้านบาท ผลมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษตามแผนปฏิรูปองค์กรและการด้อยค่าของเครื่องบิน จำนวน 16,324 ล้านบาท อย่างไรก็ตามผลการขาดทุนของปี 2558 นั้นลดลงจากปี 2557 ที่มีการขาดทุน 23,019 ล้านบาท
นายจรัมพร กล่าวว่า สำหรับแผนดำเนินงานในปีนี้ จะกลับมาเปิดเส้นทางบินรัสเซียอีกครั้ง ในเดือนตุลาคมนี้ และเตรียมขยายเส้นทางการบินใหม่ในกลุ่มประเทศอาเซียน จำนวน 3 – 4 จุดบินภายในปีนี้ ซึ่งแม้ว่าการเจรจาซื้อเครื่องบินใหม่ จำนวน 14 ลำในระหว่างปี 2559 – 2561 หรือ 3 ปีนับจากนี้ จะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เชื่อว่าการบินไทย จะสามารถบริหารจัดการและหมุนเวียนการใช้ประโยชน์จากเครื่องบินที่มีอยู่ได้เพิ่มขึ้น จนไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนเครื่องบิน นอกจากนี้ยังมีแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายอีกใน 5 หน่วยงาน คือ1.ครัวการบิน 2.การซ่อมบำรุง 3.การบริการผู้โดยสาร 4.ภาคพื้นดินและลานจอด 5.การขนส่งสินค้าทางอาการ (คาร์โก้)รวมทั้งได้เตรียมงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ในการปรับลดจำนวนพนักงานอีกรอบภายในปีนี้
“จากตัวเลขผลประกอบการที่ออกมา ถือว่าแผนปฏิรูปการบินไทยถือว่ามาถูกทางทำให้การบินไทยหยุดเลือดไหลได้ ปีนี้การบินไทยจะค่อยๆกลับมาฟื้นตัวและแข่งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จึงประเมินว่าในปี 2560 การบินไทยจะฟื้นตัวขึ้นมากจนกลับไปบินในเส้นทางสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ไทยต้องปลดล็อกจากสำนักงานการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) ให้สายการบินของประเทศไทยกลับไปบินยังสหรัฐได้เสียก่อน” นายจรัมพร กล่าว
นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี การบินไทย กล่าวว่า ส่วนแผนการขายเครื่องบินของการบินไทย แอร์บัส รุ่นเอ340 -500 จำนวน 4 ลำ และรุ่น340 -600 จำนวน 6 ลำ รวม 10 ลำ ในขณะนี้ยังไม่สามารถขายได้ และประเมินว่าน่าจะขายได้ลำบากในช่วงนี้ เนื่องจากรุ่นดังกล่าวไม่เป็นที่ต้องการของตลาด และราคาขายก็ตกลงไปมาก ซึ่งหากขายไม่ได้ภายในปีนี้ อาจทำให้การบินไทยต้องแบกรับภาระต้นทุนและค่าเสื่อมราคาของเครื่องบินดังกล่าวไปอีกปี และอาจจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยตรงของการบินไทยอีกด้วย นอกจากนี้จากปัญหาราคาน้ำมันที่ลดลงในขณะนี้ ได้ส่งผลทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจสายการบินที่รุนแรงขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่กำไรต่อหน่วยของการบินไทยอาจลดลงเพิ่มขึ้นจากในช่วงที่ผ่านมาลดลงมาระดับหนึ่งแล้ว

