ทองคำโลกพุ่งแรง ดันทองแท่งไทยแตะ 62,250 บาท นักวิเคราะห์คาดมีปัจจัยหนุนราคาวิ่งต่อ
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า หลังจากราคาทองคำพุ่งแรงทะลุระดับ 3,900 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ท่ามกลางความคาดหวังว่ากระแสเงินลงทุนจะยังคงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย และสามารถยืนเหนือระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากดอกเบี้ยขาลง เงินเฟ้อสูง ดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่กองทุนแอลทีเอฟ รวมถึงธนาคารกลางมีการสะสมทองเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นแรงผลักให้ราคาทองคำวิ่งขึ้นต่อ โดยราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำจุดสูงสุดใหม่ (ออลไทม์ไฮ) อย่างต่อเนื่อง โดยราคา ณ วันที่ 8 ตุลาคม ราคาทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 62,250 บาทต่อบาททองคำ ขายออก 62,350 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณ รับซื้อ 61,003.84 บาทต่อบาททองคำ ขายออก 63,150 บาทต่อบาททองคำ ทองสปอต 4,049.50 สหรัฐต่อออนซ์ อัตราค่าเงินบาท 32.54 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากการปรับเปลี่ยนราคากว่า 33 ครั้ง เป็นการปรับขึ้นพรวดเดียวถึง 500 บาท ก่อนจะผันผวนปรับลดลงและเพิ่มขึ้นรวมมีเป็นปรับขึ้น 1,400 บาทในวันเดียว
“จากการที่มีแรงซื้อจากภาคเอกชน โดยเฉพาะกองทุนแอลทีเอฟ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมามีการเพิ่มการถือครองทองคำกว่า 100 ตัน ซึ่งสูงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ประกอบกับธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ขณะที่ประเทศจีนยังคงเดินหน้าเร่งผลักดันบทบาทของเงินหยวน และสร้างเครือข่ายการจัดเก็บทองคำในภูมิภาคเอเชีย เพื่อตอกย้ำสถานะของตัวเองในตลาดโลก” นางสาวอารีรัตน์กล่าว
นางสาวอารีรัตน์กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกลยุทธ์ระยะสั้น ในสัปดาห์นี้แนะให้ติดตามสถานการณ์การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ หากการปิดทำการยืดเยื้อจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากมีข้อตกลงเปิดทำการขึ้นมาใหม่ อาจนำไปสู่แรงขายทำกำไรระยะสั้น ซึ่งหากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือระดับ 3,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ยังมองเป็นการย่อระยะสั้นเพื่อไปต่อ และมีแนวรับสำหรับย่อแล้วเข้าซื้อได้

