หน้าแรก เศรษฐกิจ DITP เด้งรับ ...

DITP เด้งรับ ศุภจี ‘กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว’ ตั้งเป้า 4 เดือน สร้างมูลค่าการค้า 8.9 พันล.

9.10.25 | 11:58 น.

DITP เด้งรับ ศุภจี ‘กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว’ ตั้งเป้า 4 เดือน สร้างมูลค่าการค้า 8.9 พันล.

จากการที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มมูลค่าการส่งออก รักษาตลาดเดิม และขยายสู่ตลาดใหม่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขับเคลื่อนการทำงานอย่างบูรณาการ “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว โดยเน้นให้กรมฯ ใช้ข้อมูลเชิงลึก (Data-driven) พัฒนาแนวทางการส่งเสริมการค้ารายสินค้าและรายตลาด พร้อมปรับวิธีการทำงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานตามนโยบาย “Quick Big Win” ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจภายใน 4 เดือน (ต.ค.68-ม.ค.69) โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 8,910 ล้านบาท และให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 1,270 ราย ซึ่งเตรียมใช้มาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.เพิ่มมูลค่าการส่งออก รักษาตลาดเดิม บุกตลาดใหม่ 2.เร่งเจาะตลาดศักยภาพใหม่ (Special Task Force) ในจีนตะวันตก (เฉิงตู ฉงชิ่ง สิบสองปันนา) อาเซียน (เวียดนาม) และอินเดีย (มุมไบ) 3.เพิ่มมูลค่าการค้าผ่านช่องทาง OBM (Online Business Matching) และ 4.สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมกิจกรรมขยายตลาดในต่างประเทศ

น.ส.สุนทากล่าวว่า พร้อมกันนี้ กรมจะยังเดินหน้าผลักดัน พันธกิจหลัก 4 ด้าน อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยจัดอบรมเชิงลึกและ Workshop เฉพาะรายสาขา แยกระดับความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าไทย และกลุ่ม YEC เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย 2.สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบ รวมถึงประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าไทยผ่านตราสัญลักษณ์ 3.พัฒนาช่องทางการตลาด จัดงานแสดงสินค้านานาชาติในและต่างประเทศทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อทั่วโลก และ 4.บริการข้อมูลทางการค้า ให้บริการข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดต่างประเทศ พร้อมคำปรึกษาครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ

Advertisement

ปัจจุบันมีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่ง ใน 43 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึง สำนักงานตัวแทนส่งเสริมการตลาดอีก 3 แห่ง (ฮิโรชิมา ลิมา และปูซาน) และ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ (HTAs) อีก 33 ราย ใน 19 ประเทศ ซึ่งล้วนเป็นเครือข่ายสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินงานของกรมฯ ในพื้นที่ที่ไม่มี สคต. ประจำการ ซึ่งจะดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศ เตรียมจัดงานแสดงสินค้านานาชาติรวม 7 งานสำคัญ เช่น THAIFEX – Anuga Asia, Bangkok Gems & Jewelry Fair, STYLE Bangkok, TILOG-LogistiX, RHVAC & Bangkok E&E, และ TAPA ที่จะสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 115,000 ล้านบาท พร้อมเชิญผู้ซื้อจากทั่วโลกเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ

ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” กรมฯ ได้จัดกิจกรรมขับเคลื่อนรายตลาดและรายสินค้าอย่างเข้มข้น อาทิ กิจกรรมส่งเสริมการส่งออกเชิงรุก 20 กิจกรรม สร้างมูลค่าการค้าเป้าหมาย 8,400 ล้านบาท การนำคณะผู้แทนการค้า (Special Task Force) 3 คณะ บุกจีนตะวันตก อาเซียน และอินเดีย รวมมูลค่า 190 ล้านบาท จัดกิจกรรม OBM (Online Business Matching) สร้างมูลค่าการค้า 220 ล้านบาท และสนับสนุน SMEs เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ 43 งาน มูลค่าการค้าเป้าหมาย 100 ล้านบาท

“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลให้เห็นผลลัพธ์ภายใน 4 เดือน เพื่อเร่งกระตุ้นเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดส่งออก และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืน” นางสาวสุนันทา กล่าว