สนค.เผยค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 3 หดตัว คาดลดลงต่อเนื่อง
วันที่ 10 ตุลาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 3 ปรับลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยมีสาเหตุจากความต้องการในการขนส่งสินค้าลดลงในช่วงฤดูฝน ประกอบกับราคาน้ำมันดีเซลในประเทศซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการขนส่งยังทรงตัว และคาดว่าในระยะต่อไปดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนจะยังคงปรับตัวลดลง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 3 ลดลง ร้อยละ 0.3 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 โดยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนปรับตัวลดลงใน 2 หมวดผลิตภัณฑ์คือ ผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลงร้อยละ 1.6 จากการลดลงของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลงร้อยละ 0.2 จากการลดลงของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง และถ่านหินและลิกไนต์ สำหรับหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 3 ลดลง ร้อยละ 0.1 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 โดยเป็นการลดลงของประเภทรถ ที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ รถกระบะบรรทุก ลดลงร้อยละ 0.1 รถตู้บรรทุก ลดลงร้อยละ 0.2 รถบรรทุกของเหลว
ลดลงร้อยละ 0.7 และรถบรรทุกเฉพาะกิจ ลดลงร้อยละ 0.8 ส่วนดัชนีค่าบริการขนส่งโดยรถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้นร้อยละ 0.5 รถพ่วง สูงขึ้นร้อยละ 0.1 และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
ในช่วงไตรมาสที่ 3 ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส
ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลักหลายประการ ได้แก่ ต้นทุนด้านพลังงานของผู้ประกอบการยังทรงตัว ปริมาณ
การขนส่งสินค้าที่ลดลงในช่วงฤดูฝน และการแข่งขันที่รุนแรงในภาคการขนส่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาค่าบริการได้มากนัก จึงต้องยอมปรับลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า รวมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยชะลอตัวจากภาวะไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ส่งผลกระทบให้การจ้างขนส่งวัสดุก่อสร้างมีปริมาณลดลง
นายนันทพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนการดำเนินงานหลักของผู้ประกอบการขนส่งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ประกอบกับผู้ให้บริการขนาดเล็กและขนาดกลางต้องเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน ทำให้มีการตัดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งกดดันให้ราคาค่าขนส่งโดยรวมลดลง รวมทั้งภาคการขนส่งอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ทำให้อุปสงค์ในการอุปโภคและบริโภคสินค้าลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจจากการใช้มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความต้องการอุปโภคและบริโภคอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี รวมทั้งผู้ประกอบการและผู้ค้าปลีกอาจมีการเร่งระบายสต๊อกสินค้าและส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนวันหยุดยาว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจจะส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไม่เป็นไปตามที่คาดได้
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นภาครัฐและผู้ประกอบการขนส่งควรเร่งพิจารณาถึงความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง ผู้ประกอบการควรพิจารณาปรับกลยุทธ์โดยการใช้รูปแบบการขนส่ง ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเข้ามามีบทบาท ในการสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางและทางน้ำ การส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อการวางแผนเส้นทางที่แม่นยำ และการสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลกลางเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที เพื่อรองรับความต้องการในยุคดิจิทัล และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคโลจิสติกส์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

