รัฐบาลเก็บตกร้านอาหาร วืดคนละครึ่งพลัส ดึงร่วมมาตรการเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ชงครม.เคาะเร็วๆนี้
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า จากกระแสโครงการคนละครึ่งพลัสที่กำลังจะเปิดให้ร้านค้ารวมถึงร้านอาหารรายเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ได้ลงทะเบียนในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ คาดว่าสมาชิกของสมาคมบางส่วนที่เป็นร้านใหญ่ คงจะเข้าร่วมโครงการไม่ได้ ทั้งที่มีการจ่ายภาษีให้รัฐทุกปี ในฐานะผู้ประกอบการคงมีความผิดหวังบ้าง เพราะครั้งที่ผ่านมาก็ไม่สามารถเข้าได้ จึงคาดหวังว่าในครั้งนี้จะเข้าร่วมได้ เนื่องจากมองว่าโครงการจะส่งผลต่อยอดขายเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่กำลังซื้อของร้านอาหารซบเซามากกว่า 50% ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด
“เมื่อมีบางร้านที่พลาดจากโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว อยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณาให้มีโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หรือเที่ยวคนละครึ่งหรือเที่ยวลดหย่อนภาษีหรือทัวร์ไทยคนละครึ่งก็ได้ เนื่องจากโครงการเหล่านี้จะช่วยทั้งภาคการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรมได้รับอานิสงส์ไปด้วย” นางฐนิวรรณกล่าว
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลมีโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านข้าวแพง มีอยู่ร่วม 1 แสนราย เช่น ลดต้นทุนวัตถุดิบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ อาจจะหารือร่วมกับซัพพลายเออร์ให้ผู้ประกอบการซื้อวัตถุดิบในราคาที่ถูกลง เพื่อร้านค้าจะได้ตรึงราคาข้าวแกงได้อย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี รวมถึงมีคูปองอาหาร เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ขณะเดียวกันอยากให้มีการส่งเสริมให้ข้าวแกงไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ต่างชาติรู้จักมากขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยช่วยโปรโมตให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักว่าข้าวแกงไทยอร่อยและราคาถูก
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในส่วนของร้านอาหารซึ่งมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 29 ตุลาคม-31 ธันวคม 2568 ทางรัฐบาลจะมีมาตรการท่องเที่ยวเข้ามาเสริม เพื่อเก็บตกร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการไม่ได้ คาดว่าจะมีการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในเร็วๆนี้
“อยู่ระหว่างเคาะชื่อโครงการว่าจะเป็นโครงการอะไร เช่น เที่ยวคนละครึ่งหรือใช้ชื่ออื่น รวมถึงรูปแบบการสนับสนุน เช่น รัฐบาลสนับสนุนบางส่วนหรือจะเป็นการลดหย่อนภาษี เช่น ลดภาษีได้ 1 เท่าหรือ2 เท่าหรือ 1.5 เท่า นอกจากนี้จะมีการขยายพื้นที่ไปยังเมืองหลักด้วย จากเดิมให้เฉพาะเมืองรอง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและใช้จ่ายทั้งประเทศ” นายสิริพงศ์กล่าว
นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการช้อปดีมีคืนนั้น ในนโยบายที่นายกรัฐมนตรีประกาศออกมานั้น ยังไม่มีการพูดถึงโครงการนี้ เนื่องจากต้องการนำเงินงบประมาณที่มีอยู่ไปใช้สำหรับการกระตุ้นกำลังซื้อกลุ่มรากหญ้าก่อน

