ภาษีทรัมป์ 100% ตอบโต้จีนควบคุมแร่หายากกระทบตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกรุนแรง ดันราคาทองพุ่งต่อ ราคาทองรูปพรรณในประเทศขายออกบาทละ 62,100 บาท และ มีโอกาสทดสอบ 65,000 บาทปลายปีนี้ แนะทางการไทยผ่อนคลายการเงินรับมือเศรษฐกิจชะลอตัวปลายปีและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพฯ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่คลี่คลายลงก่อนหน้านี้ได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อจีนได้ออกมาตรการควบคุมแร่หายากที่จีนสามารถควบคุมอุปทานของแร่หายากเหล่านี้ถึง 70% โดยแร่หายากนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าเทคโนโลยีทั้งหลาย รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า เรดาห์ทหารและเครื่องบิน
การออกมาตรการเข้มงวดในการควบคุมส่งออกแร่หายากมายังสหรัฐอเมริกาก่อให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางการทหารของสหรัฐฯ รัฐบาลทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 100% ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดการเงินไม่ได้คาดการณ์ไว้ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯและจีนเริ่มดีขึ้นแล้ว พร้อมกับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างผู้นำของสองมหาอำนาจ
นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการที่จะพบปะกันในการประชุมสุดยอดของกลุ่มเอเปกปลายเดือนนี้ การตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยกำแพงภาษี 100% ย่อมทำให้มีผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างรุนแรง โดยมูลค่าของตลาดหุ้นสหรัฐฯเสียหายภายในวันเดียวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ปรับตัวลดลงแรงสุดในรอบครึ่งปี และคาดว่าปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบกดดันให้ตลาดหุ้นดิ่งลงทั่วโลกในสัปดาห์หน้า ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนรุนแรงมาก หากรัฐบาลทรัมป์ดำเนินเก็บภาษี 100% จริงตามที่ขู่ไว้ ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอีกว่า จีนจะตอบโต้ด้วยกำแพงภาษีหรือไม่
สำหรับประเทศไทย ภาคส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกเพิ่มเติมจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนระลอกใหม่ แต่จะมีสินค้าส่งออกบางส่วนของไทยจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบตรงนี้ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากเรายังไม่ทราบว่าพลวัตของสงครามการค้าสหรัฐฯจีนระลอกใหม่จะเป็นอย่างไรในอนาคต ส่วนภาคการผลิตของไทยอาจต้องเผชิญสินค้าทะลักจากจีนเพิ่มเติมอย่างแน่นอน
ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ยิ่งทำให้นักลงทุนโยกเม็ดเงินจากสินทรัพย์เสี่ยง มายัง สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตร ดันราคาทองพุ่งทะลุ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ ทำให้ราคาทองรูปพรรณในประเทศขายออกบาทละ 62,100 บาท และ มีโอกาสทดสอบ 65,000 บาทปลายปีนี้
รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ทางการไทยควรดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบดังกล่าว การผ่อนคลายทางการเงินจะส่งให้ เงินบาท ไม่แข็งค่ามากเกินไป เป็นผลดีต่อภาคส่งออก ภาคท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น น่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม นโยบายการคลังที่ดำเนินการอยู่เพียงบรรเทาปัญหา ต้องขยับการลงทุนให้ขยายตัวมากกว่านี้ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาว ซึ่งอาจไม่สามารถทำได้เต็มที่ในรัฐบาลเฉพาะกาล
รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยนั้นขาดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายใน เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆที่ใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกิจการส่งออกล้วนเป็นเทคโนโลยีต่างชาติที่เราซื้อมาเป็นส่วนใหญ่ การสร้างขึ้นมาเอง หรือพัฒนาต่อยอด สร้างนวัตกรรมสร้างฐานเติบโตใหม่ยังน้อย หากรัฐบาลใหม่ต้องการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นกับดักรายได้ระดับปานกลางโดยอาศัยการเติบโตภาคอุตสาหกรรมเป็นกลไกหลัก รัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เหมาะสม อุตสาหกรรมที่ไทยมีความสามารถในแข่งขันสูงและมีผลิตภาพสูง รัฐควรมีนโยบายเชิงรับ เช่น สนับสนุนการวิจัย พัฒนานวัตกรรม ผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกิจ ลดการทุจริตรั่วไหล ส่วนอุตสาหกรรมที่ไทยมีผลิตภาพต่ำแข่งขันได้ไม่ดีนัก ควรใช้นโยบายเชิงรุก เช่น การให้สินเชื่อสนับสนุน การใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในและใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีหากจำเป็น การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการส่งเสริมธุรกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ต้องเน้นการสนับสนุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้ง การปรับระบบภาษีเพื่อให้เกิดแรงจูงใจและความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้นผ่านผลิตภาพที่สูงขึ้น
การถดถอยลงของภาคส่งออกจากการชะลอของเศรษฐกิจโลก เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องหันมาเอาใจใส่อย่างจริงจังในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถของสินค้าไทยและการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมของไทย (Total Factor Productivity of Thailand) นั้นยังมีอัตราการเติบโตต่ำ ธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีผลิตภาพสูงส่วนใหญ่เป็นโรงงานการผลิตของบรรษัทข้ามชาติที่มีการใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น งานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิตรวมของไทยขยายตัวต่ำกว่า 1.2-1.3% ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับประสิทธิภาพในการผลิต (Productive Efficiency) อยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศที่ใช้แรงงานเป็นหลักและประเทศที่ใช้ทุนเป็นหลักจึงสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันนี้จะยาวนานมากจนกว่าไทยสามารถพัฒนากิจการที่มูลค่าเพิ่มสูง การผลิตใช้ปัจจัยทุนหรือเทคโนโลยีเข้มข้น พร้อมกับ สามารถพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของตัวเอง ปัจจัยประสิทธิภาพการผลิตนี้เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อพื้นฐานความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากปัจจัยค่าแรง นโยบายสาธารณะ และ อำนาจตลาดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและใช้เวลาสั้นกว่ามาก ภาวะการตกต่ำของภาคส่งออกไทยโดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมบางตัวจะเกิดขึ้นอย่างยาวนานหากไม่สามารถปรับปรุงผลิตภาพการผลิตได้ จากประสบการณ์ของประเทศที่สามารถก้าวข้ามพ้นกับดักรายได้ระดับปานกลางได้ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ นั้น ภาครัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาระดับความสามารถทางการผลิตของประเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
การกดค่าแรงไม่ใช่นโยบายที่ถูกต้อง เพื่อนร่วมชาติผู้ใช้แรงงานต้องได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนแรกเข้าสูงขึ้นเป็นนโยบายที่จะช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ต้องมีมาตรการเชิงรุกอื่นๆเพิ่มเติมจึงสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื้อรังที่ต้นตอได้ การเติบโตด้วยการขับเคลื่อนจากฐานทรัพยากร และ ฐานแรงงานราคาถูกนั้นได้มาถึงขีดจำกัดอย่างชัดเจนและพ้นยุคสมัยไปแล้ว ความทรุดโทรมทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศ แม้นแต่อากาศและน้ำสะอาดก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในหลายพื้นที่ของประเทศ ภาคการผลิตของเศรษฐกิจไทยไม่สามารถอาศัยแรงงานทักษะต่ำราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านไปเรื่อยๆโดยไม่คิดยกระดับทักษะแรงงานเหล่านี้ เราควรปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างมีมาตรฐานและสิ่งนี้เป็นการแสดงความมีศิวิไลซ์ของสังคมไทย

