หน้าแรก เศรษฐกิจ ธนกร หนุนอุตส...

ธนกร หนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดันตั้งเขตปลอดอากร ลดต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ

12.10.25 | 18:43 น.

‘ธนกร’ เดินหน้าอุตสาหกรรมป้องกันปท. ลุย ‘อาร์วี คอนเน็กซ์’ หนุนโดรนไทยเสริมความมั่นคง-สร้างเม็ดเงินลงทุนใหม่

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง (Deep Tech Innovation Center) อากาศยานไร้คนขับของบริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ จำกัด จ.ปทุมธานี นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามนโยบาย ฝ่า ฟัน ดึง ดัน ทำทันทีภายใน 120 วัน กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญและโอกาสในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S Curve ที่ 12 ที่จะผลักดัน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ และลดการนำเข้า โดยได้กำหนดผลิตภัณฑ์เป้าหมายนำร่อง แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอากาศยานไร้คนขับ 2. กลุ่มยานพาหนะรบ 3. กลุ่มอุตสาหกรรมต่อเรือ และ 4. กลุ่มอาวุธและกระสุนปืน

กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศผ่านกลไกการลดต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ โดยผลักดันการจัดตั้งเขตปลอดอากรสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขึ้นเป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำฐานข้อมูลอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Intelligence Unit) เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้ภาคเอกชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจและใช้ประกอบการจัดทำนโยบายของภาครัฐ

นอกจากนั้น ยังได้เร่งผลักดันการปรับปรุงกรอบระยะเวลาการส่งออก จากเดิมจะต้องใช้ระยะเวลารวม 81 วัน ให้เหลือเพียง 30 วันเท่านั้น เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงในเวทีโลก

Advertisement

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าเยี่ยมชมและให้ข้อเสนอในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ณ ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง (Deep Tech Innovation Center) อากาศยานไร้คนขับของบริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ จำกัด ประกอบด้วย 1.ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์ (CSOC) สำหรับปกป้องระบบดิจิทัลและข้อมูลที่สำคัญ 2.สถานที่ผลิตวัสดุคอมโพสิตและชิ้นส่วนโลหะ 3. สายการผลิต SMT สำหรับประกอบแผงวงจรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง และ 4. ห้องประกอบและทดสอบชิ้นส่วนดาวเทียม System Integration Lab (SIL) เพื่อบูรณาการระบบขั้นสูง รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ พร้อมทั้งรับฟังการนำเสนอความร่วมมือกับหน่วยงานศูนย์ทหารปืนใหญ่ เช่น การพัฒนาระบบ Autopilot, ระบบ Fuel Cell สำหรับโดรนพลังงานสะอาด และการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีสำหรับเครื่องบินโจมตี

“อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูงในตลาดโลก โดยเป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดหรือประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมอื่นได้ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้อีกมาก อันจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ ซึ่งทางบริษัทมีจุดแข็งรอบด้าน แต่ยังคงเผชิญความท้าทาย ทั้งต้นทุนการทดสอบที่สูง ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันในตลาดโลก และการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทางอย่าง Software Engineering และ Cyber Security โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คือ การแสดงจุดยืนว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรค สามารถแข่งขันในเวทีโลก และสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีให้ประเทศ” นายธนกรกล่าว

สำหรับบริษัท RV Connex ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2559 มีบุคลากรกว่า 420 คน โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล อาทิ ISO 9001:2015, AS 9100D สำหรับอุตสาหกรรมการบิน, ISO/IEC 27001:2022
ด้านระบบบริหารความมั่นคงข้อมูล และเป็นองค์กรแรกของไทยที่ได้รับรอง NIST Cybersecurity Framework 2.0 และมีผลงานการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับที่หลากหลาย ได้แก่ 1.โดรนภารกิจตรวจการณ์สอดแนม (ISR) ที่ใช้งานกับกองทัพอากาศไทย พร้อมฐานควบคุมภาคพื้นที่พัฒนาเอง 2.โดรนติดอาวุธพร้อมบินอัตโนมัติ 3.โดรนเป้าหมายสำหรับทดสอบยิง ทั้งนี้ บริษัทได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เล่นระดับโลกด้วยการร่วมพัฒนาโดรนพลังงานไฮโดรเจน และแพลตฟอร์ม H2D55 พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยี Cyber Security, IoT และระบบโลจิสติกส์ และ EDGE Group ในการผลิต UAV ของไทยกับเทคโนโลยียุทโธปกรณ์และอาวุธนำวิถีขั้นสูง